หน้าแรก › คลังความรู้ › กระบวนการทางอาญา
หมิ่นประมาทออนไลน์ · รีวิวสินค้าและบริการรีวิวร้านค้าหรือสินค้าในทางลบไม่เป็นความผิดเพียงเพราะเป็นคำติ เส้นแบ่งอยู่ที่ว่าผู้รีวิวใส่ความข้อเท็จจริงที่ไม่จริง หรือแสดงความเห็นโดยสุจริตจากประสบการณ์ที่ได้รับจริง
ดาวน์โหลดบทความฉบับ PDFปรับปรุงล่าสุด
สาระสำคัญโดยสรุป
รีวิวร้านค้าหรือสินค้าในทางลบบนเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือสื่อสังคมออนไลน์ เป็นหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 เมื่อใส่ความข้อเท็จจริงที่ทำให้เจ้าของร้านเสียชื่อเสียง แต่มาตรา 329 (3) คุ้มครองการติชมด้วยความเป็นธรรมโดยสุจริต ส่วนความรับผิดทางแพ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423 เกิดเฉพาะเมื่อข้อความฝ่าฝืนต่อความจริง
รีวิวในทางลบเป็นหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 เมื่อผู้รีวิวใส่ความเจ้าของร้านหรือผู้ผลิตต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้นั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง รีวิวที่โพสต์บนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันซึ่งคนทั่วไปอ่านได้เป็นการโฆษณาด้วยตัวอักษร จึงเข้ามาตรา 328 ซึ่งมีโทษหนักกว่า
องค์ประกอบสำคัญคือ “ใส่ความ” หมายถึงการยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคลที่ระบุตัวได้ รีวิวที่ว่า “ร้านนี้ใช้วัตถุดิบหมดอายุ” หรือ “เจ้าของร้านโกงเงินทอน” เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงที่กระทบชื่อเสียงของเจ้าของร้าน ส่วนรีวิวที่ว่า “รสชาติไม่ถูกปาก ไม่กลับไปอีก” เป็นความรู้สึกของผู้รีวิวต่อสินค้า ไม่ได้ใส่ความผู้ใด1
ผู้เสียหายในคดีรีวิวอาจเป็นบุคคลธรรมดาที่เป็นเจ้าของร้าน หรือนิติบุคคลที่ประกอบกิจการ ร้านที่ระบุชื่อบนแพลตฟอร์มรีวิวเป็นบุคคลที่ระบุตัวได้แล้ว หลักการระบุตัวผู้ถูกใส่ความโดยไม่ต้องเอ่ยชื่อ อธิบายไว้ในบทความ หมิ่นประมาทโดยไม่ระบุชื่อ และองค์ประกอบทั่วไปของความผิดอยู่ใน หมิ่นประมาทคืออะไร
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (3) บัญญัติว่าผู้แสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริตในลักษณะติชมด้วยความเป็นธรรมซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท ร้านค้า โรงแรม และสินค้าที่เสนอขายต่อสาธารณะเป็นสิ่งที่ประชาชนย่อมติชมได้ เงื่อนไขที่ต้องมีคือความสุจริตและความเป็นธรรม
มาตรา 329 มีเงื่อนไขร่วมของทุกอนุมาตราคือการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความ “โดยสุจริต” ผู้รีวิวที่ใช้บริการจริงและเล่าสิ่งที่ประสบ อยู่ในฐานะที่อ้างความสุจริตได้ ส่วนผู้ที่ไม่เคยใช้บริการแต่เขียนรีวิวในทางลบเพื่อทำลายคู่แข่ง ขาดเงื่อนไขนี้ตั้งแต่ต้น2
ศาลฎีกาไม่อ่านรีวิวหรือบทความแยกเป็นประโยค คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1724/2543 วินิจฉัยบทความที่เปรียบเทียบโจทก์ว่า “น่าจะเรียกว่าผู้รับจ้างสอน” และ “น่าระอาเต็มทนกับพฤติกรรมของคนประเภทนี้” ว่า แม้บางตอนเป็นการชี้แจงตอบโต้ แต่ “เมื่ออ่านประกอบกันแล้วถือไม่ได้ว่าเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรม” หลักที่ได้จากคดีนี้ใช้กับรีวิวได้ตรง รีวิวที่เริ่มจากสินค้าแล้วขยายไปเสียดสีตัวเจ้าของร้าน เสี่ยงหลุดจากมาตรา 329 (3)3
รีวิวหนึ่งชิ้นมักมีทั้งข้อเท็จจริงและความคิดเห็น ข้อเท็จจริงคือสิ่งที่พิสูจน์ได้ เช่น รอคิวห้าสิบนาที หรือได้รับสินค้าไม่ตรงรุ่น ความคิดเห็นคือการประเมิน เช่น ไม่คุ้มราคา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 330 เปิดให้พิสูจน์ความจริงของข้อที่หาว่าหมิ่นประมาท ยกเว้นเรื่องส่วนตัวที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน
มาตรา 330 วรรคหนึ่งบัญญัติว่าถ้าผู้ถูกหาพิสูจน์ได้ว่าข้อที่หาว่าเป็นหมิ่นประมาทเป็นความจริง ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ วรรคสองห้ามพิสูจน์ถ้าข้อที่หาเป็นการใส่ความในเรื่องส่วนตัวและการพิสูจน์จะไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน คุณภาพของสินค้าและบริการที่ขายต่อสาธารณะเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคคนอื่นได้ประโยชน์จากการรู้ จึงไม่ใช่เรื่องส่วนตัวตามวรรคสอง แต่ชีวิตครอบครัวของเจ้าของร้านเป็นเรื่องส่วนตัว4
ภาระในทางปฏิบัติอยู่ที่หลักฐาน ผู้รีวิวที่อ้างข้อเท็จจริงควรเก็บใบเสร็จ ภาพถ่ายสินค้า และข้อความโต้ตอบกับร้านไว้ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ รายละเอียดของการพิสูจน์ความจริงอยู่ในบทความ โพสต์เรื่องจริงผิดหมิ่นประมาทไหม
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423 ให้ผู้กล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือทางทำมาหาได้ของผู้อื่น ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน แม้ไม่รู้ว่าข้อความไม่จริงแต่ควรจะรู้ได้ ร้านค้าจึงฟ้องเรียกค่าเสียหายจากรีวิวได้เมื่อรีวิวนั้นฝ่าฝืนต่อความจริง
เงื่อนไขที่ต่างจากคดีอาญาคือ “ข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง” รีวิวที่เป็นความจริงไม่เป็นละเมิดตามมาตรานี้ และคำว่า “ทางทำมาหาได้หรือทางเจริญ” ครอบคลุมความเสียหายทางธุรกิจ เช่น ยอดขายที่ลดลงหลังรีวิวเผยแพร่ วรรคสองยกเว้นผู้ส่งข่าวสารที่ตนไม่รู้ว่าไม่จริง หากตนหรือผู้รับข่าวสารมีทางได้เสียโดยชอบในการนั้น เช่น การเตือนเพื่อนร่วมกลุ่มผู้บริโภคที่กำลังจะซื้อสินค้าเดียวกัน5
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7055/2539 เป็นตัวอย่างของการติชมสินค้า หนังสือพิมพ์ลงข้อความเตือนว่ายาที่มีคาเฟอีนเป็นอันตราย และเรียกยาของโจทก์ว่า “เป็นยาปลุกคึกน้องใหม่” ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อความนั้น “เป็นการสื่อความหมายให้ประชาชนทราบว่ามีความเสี่ยงต่อภัยอันตราย” และข้อความที่ว่ายาถูกเพ่งเล็งว่าเป็นยาม้าเทียมเป็นการ “ยกขึ้นเปรียบเทียบและมิได้เป็นการกล่าวยืนยัน” จึง “ไม่เป็นข้อความอันฝ่าฝืนต่อความเป็นจริง จึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์”6
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (1) ที่แก้ไขในปี 2560 ลงโทษการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยทุจริตหรือหลอกลวง โดยต้องเป็นการกระทำ “อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา” รีวิวที่ใส่ความเจ้าของร้านจึงพิจารณาตามประมวลกฎหมายอาญาเป็นหลัก
ถ้อยคำนี้แยกเรื่องชื่อเสียงของบุคคลออกจากมาตรา 14 (1) ส่วนมาตรา 14 วรรคสองใช้กับการกระทำตาม (1) ที่ “มิได้กระทำต่อประชาชน แต่เป็นการกระทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง” และเป็นความผิดอันยอมความได้ ตัวอย่างที่อาจเข้ามาตรา 14 (1) คือรีวิวปลอมจำนวนมากที่สร้างขึ้นโดยทุจริตเพื่อหลอกผู้บริโภค ซึ่งเป็นเรื่องความเสียหายแก่ประชาชน ไม่ใช่ชื่อเสียงของร้าน7
ความสัมพันธ์ระหว่างประมวลกฎหมายอาญากับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ในคดีหมิ่นประมาทออนไลน์ อธิบายไว้ละเอียดในบทความ หมิ่นประมาทกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14
ร้านค้าที่เห็นว่ารีวิวใส่ความเท็จมีทางเลือกสามทาง คือ ตอบรีวิวด้วยข้อเท็จจริง แจ้งแพลตฟอร์มตามเงื่อนไขการใช้บริการ หรือดำเนินคดี คดีอาญาต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 และเป็นความผิดอันยอมความได้
การตอบรีวิวด้วยข้อเท็จจริง เช่น วันที่สั่งซื้อ ขั้นตอนที่ร้านดำเนินการ และข้อเสนอแก้ไข มักได้ผลกับผู้อ่านรีวิวมากกว่าการฟ้อง ถ้าจะดำเนินคดี ร้านต้องเก็บหลักฐานรีวิวพร้อม URL และวันเวลาก่อนผู้รีวิวลบ และต้องระวังว่าการตอบโต้ด้วยถ้อยคำกล่าวหาผู้รีวิวอาจกลายเป็นการหมิ่นประมาทเสียเอง8
ขั้นตอนการร้องทุกข์และการนับอายุความสามเดือนอยู่ในบทความ แจ้งความหมิ่นประมาทออนไลน์ ส่วนผู้รีวิวที่ถูกแจ้งความ อ่านสิทธิและข้อต่อสู้ได้ใน ถูกแจ้งความหมิ่นประมาทออนไลน์
รีวิวที่อยู่ในขอบเขตของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (3) และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423 มีลักษณะร่วมสามประการ คือ มาจากประสบการณ์จริงของผู้รีวิว แยกข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ออกจากความคิดเห็น และพูดถึงสินค้าหรือบริการ ไม่ขยายไปถึงตัวบุคคลหรือเรื่องส่วนตัวของเจ้าของร้าน
กฎหมายต่างประเทศแยกรีวิวที่เป็นความเห็นออกจากการกล่าวข้อเท็จจริงเท็จเช่นเดียวกับกฎหมายไทย อังกฤษใช้ Defamation Act 2013 มาตรา 1 (2) และมาตรา 3 เยอรมนีใช้ประมวลกฎหมายอาญา (StGB) มาตรา 193 และประมวลกฎหมายแพ่ง (BGB) มาตรา 824 และสหรัฐอเมริกาใช้ Consumer Review Fairness Act ซึ่งห้ามสัญญาปิดปากผู้บริโภค
อังกฤษวางเกณฑ์สูงสำหรับธุรกิจที่ฟ้อง Defamation Act 2013 มาตรา 1 (2) บัญญัติว่าความเสียหายต่อชื่อเสียงของนิติบุคคลที่ประกอบการค้าเพื่อหากำไรไม่ถือเป็นความเสียหายร้ายแรง เว้นแต่ได้ก่อหรือน่าจะก่อความสูญเสียทางการเงินอย่างร้ายแรง และมาตรา 3 วางข้อต่อสู้ความเห็นโดยสุจริต (honest opinion) ไว้สามเงื่อนไข คือ เป็นความเห็น ระบุฐานของความเห็น และบุคคลที่สุจริตอาจมีความเห็นเช่นนั้นได้จากข้อเท็จจริงที่มีอยู่ขณะเผยแพร่9
เยอรมนีเขียนเรื่องนี้ไว้ในตัวบทโดยตรง StGB มาตรา 193 ระบุ “คำติเตียนต่อผลงานทางวิทยาศาสตร์ ศิลปะ หรือทางการค้า” ว่าเป็นความผิดเฉพาะเท่าที่การดูหมิ่นปรากฏจากรูปแบบของถ้อยคำหรือพฤติการณ์ ส่วน BGB มาตรา 824 วางความรับผิดทางแพ่งจากการยืนยันหรือไขข่าวข้อเท็จจริงอันฝ่าฝืนต่อความจริงที่ก่อผลเสียแก่ทางทำมาหาได้ และยกเว้นผู้ส่งข่าวสารที่มีส่วนได้เสียโดยชอบ โครงสร้างของมาตรา 824 ทั้งสองวรรคใกล้เคียงกับมาตรา 423 ของไทย10
สหรัฐอเมริกาคุ้มครองผู้รีวิวจากสัญญา 15 U.S.C. มาตรา 45b (b) (1) ให้ข้อกำหนดในสัญญาสำเร็จรูปที่ห้ามหรือจำกัดการรีวิว กำหนดค่าปรับเพราะการรีวิว หรือบังคับโอนสิทธิในเนื้อหารีวิว เป็นโมฆะตั้งแต่เริ่มทำสัญญา แต่วรรค (2) ยังคงสิทธิฟ้องคดีแพ่งฐานหมิ่นประมาท และสิทธิของเจ้าของเว็บไซต์ในการลบรีวิวที่เท็จหรือชวนให้หลงผิดอย่างชัดแจ้ง11
| ระบบกฎหมาย | ฐานความรับผิด | ข้อต่อสู้หรือการคุ้มครองผู้รีวิว |
|---|---|---|
| ไทย | ป.อ. มาตรา 326 328 · ป.พ.พ. มาตรา 423 | ติชมด้วยความเป็นธรรมโดยสุจริต ป.อ. มาตรา 329 (3) · พิสูจน์ความจริงตามมาตรา 330 |
| อังกฤษ | Defamation Act 2013 มาตรา 1 | ธุรกิจต้องพิสูจน์ความสูญเสียทางการเงินอย่างร้ายแรง · ความเห็นโดยสุจริตตามมาตรา 3 |
| เยอรมนี | StGB มาตรา 186 187 · BGB มาตรา 824 | คำติเตียนผลงานทางการค้าตาม StGB มาตรา 193 · ส่วนได้เสียโดยชอบตาม BGB มาตรา 824 (2) |
| สหรัฐอเมริกา | คดีหมิ่นประมาทตามกฎหมายของมลรัฐ | สัญญาสำเร็จรูปที่ห้ามรีวิวเป็นโมฆะตาม 15 U.S.C. มาตรา 45b |
สำหรับผู้อ่านไทย ข้อสรุปจากการเปรียบเทียบมีสองข้อ ข้อแรก ทุกระบบคุ้มครองความเห็นที่มีฐานข้อเท็จจริงและไม่คุ้มครองข้อเท็จจริงเท็จ รีวิวที่บอกเหตุผลของความเห็นจึงปลอดภัยกว่าในทุกระบบ ข้อที่สอง กฎหมายไทยยังไม่มีบทบัญญัติแบบ 15 U.S.C. มาตรา 45b ข้อสัญญาที่ห้ามลูกค้ารีวิวจึงต้องพิจารณาตามหลักทั่วไปของกฎหมายสัญญา
งานวิจัยทางการตลาดและเศรษฐศาสตร์ยืนยันว่ารีวิวมีผลต่อยอดขายจริง Chevalier และ Mayzlin (2006) พบว่ารีวิวหนึ่งดาวมีผลต่อยอดขายหนังสือมากกว่ารีวิวห้าดาว และ Mayzlin, Dover และ Chevalier (2014) พบหลักฐานว่าธุรกิจมีแรงจูงใจเขียนรีวิวปลอม ผลนี้อธิบายว่าเหตุใดกฎหมายจึงแยกความเห็นโดยสุจริตออกจากข้อเท็จจริงเท็จ
ในทางการตลาด Chevalier และ Mayzlin ศึกษายอดขายหนังสือบน Amazon.com และ BarnesandNoble.com และพบว่ารีวิวที่ดีขึ้นทำให้ยอดขายเพิ่ม และ “the impact of 1-star reviews is greater than the impact of 5-star reviews” ข้อค้นพบนี้แสดงว่าความเสียหายทางทำมาหาได้ตามมาตรา 423 จากรีวิวในทางลบเป็นความเสียหายที่วัดได้จริง ไม่ใช่เพียงความรู้สึกของเจ้าของร้าน12
ในทางนิติเศรษฐศาสตร์ Mayzlin, Dover และ Chevalier เปรียบเทียบรีวิวโรงแรมบน Expedia ซึ่งให้เฉพาะลูกค้าที่จองจริงรีวิว กับ TripAdvisor ซึ่งให้ใครก็รีวิวได้ และพบว่าโรงแรมข้างเคียงของโรงแรมที่มีแรงจูงใจปลอมรีวิวสูง มีรีวิวในทางลบบน TripAdvisor มากกว่า ผลนี้ชี้ว่ารีวิวในทางลบบางส่วนมาจากคู่แข่ง ไม่ใช่ลูกค้า เงื่อนไข “โดยสุจริต” ในมาตรา 329 และเงื่อนไข “ข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง” ในมาตรา 423 จึงทำหน้าที่แยกรีวิวของผู้บริโภคซึ่งมีประโยชน์ต่อตลาด ออกจากรีวิวของคู่แข่งซึ่งบิดเบือนตลาด13
คำถามที่ผู้รีวิวและเจ้าของร้านถามบ่อยเกี่ยวกับรีวิวในทางลบ ได้แก่ ความเห็นเรื่องรสชาติ การกล่าวหาว่าร้านโกง การฟ้องตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อายุความสามเดือนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 และข้อสัญญาห้ามรีวิว คำตอบแต่ละข้ออ้างตัวบทที่เกี่ยวข้องโดยตรง
ตัวบทประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 326 328 329 330 333 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ตรวจกับฐานข้อมูลกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและแหล่งเทียบเมื่อ 24 และ 25 กันยายน 2569 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423 ตรวจเทียบ legardy.com กับถ้อยคำในคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อ 26 กันยายน 2569 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1724/2543 และ 7055/2539 ตรวจกับฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกา (deka.supremecourt.or.th) ตัวบทต่างประเทศตรวจกับ legislation.gov.uk, gesetze-im-internet.de และ law.cornell.edu งานวิชาการอ่านจาก nber.org และ aeaweb.org ตรวจทั้งหมดเมื่อ 26 กันยายน 2569
โทร · +66 81 654 5922 · contact@eksiamlegal.com · แอดไลน์ปรึกษา
ปรึกษาได้ทันที · ตอบกลับเร็วที่สุด
ไม่ว่าท่านอยู่ฝ่ายใดของคดีหมิ่นประมาท เราพร้อมรับฟังและช่วยประเมินแนวทาง
หากมีโพสต์ รีวิว หรือข้อความที่ทำให้ท่านหรือธุรกิจเสียชื่อเสียง ควรเก็บหลักฐานไว้ก่อนข้อความจะถูกแก้ไขหรือลบ และโปรดทราบว่าความผิดฐานหมิ่นประมาทต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด
☎ โทรปรึกษา 081 654 5922หากได้รับหมายเรียก หนังสือบอกกล่าว หรือกังวลว่าข้อความที่โพสต์ไปแล้วอาจเป็นคดี การทบทวนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานก่อนให้การหรือเจรจา จะช่วยให้ท่านเห็นทางเลือกได้ครบถ้วน
☎ โทรปรึกษา 081 654 5922ส่งรายละเอียดของเรื่องมาทางอีเมลได้โดยตรง แนบเอกสารประกอบได้ ไม่ต้องกรอกแบบฟอร์ม
contact@eksiamlegal.comจันทร์–ศุกร์ 09:00–18:00 · ข้อมูลของผู้ติดต่อเก็บเป็นความลับ