บริษัท เอกสยาม แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด +66 81 654 5922  ·  contact@eksiamlegal.com

หน้าแรก › คลังความรู้ › พื้นฐานกฎหมาย

พื้นฐานกฎหมาย · Insights

หมิ่นประมาทคืออะไร

ก่อนตัดสินใจฟ้องหรือสู้คดีหมิ่นประมาท สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือ “อะไรบ้างที่เข้าข่ายหมิ่นประมาท” เพราะไม่ใช่ทุกข้อความที่ทำให้ไม่พอใจจะเป็นความผิดเสมอไป

อ้างอิงตัวบทกฎหมายและเอกสารวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง

แชร์หน้านี้ LINE Facebook

ปรับปรุงล่าสุด

ดาวน์โหลดบทความฉบับ PDF

สารบัญ
  1. สาระสำคัญโดยสรุป
  2. องค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาท
  3. หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา (มาตรา 328)
  4. เหตุยกเว้นและการพิสูจน์ความจริง
  5. ความรับผิดทางแพ่งและค่าสินไหมทดแทน
  6. เป็นความผิดอันยอมความได้

สาระสำคัญโดยสรุป

  • องค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 มีสามชั้น คือ ใส่ความผู้อื่น · ต่อบุคคลที่สาม · โดยประการที่น่าจะทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ขาดชั้นใดชั้นหนึ่งย่อมไม่ครบองค์ประกอบ
  • ตัวบทใช้คำว่า “น่าจะ” ผู้เสียหายจึงไม่ต้องพิสูจน์ว่าเสียชื่อเสียงไปแล้วจริง เพียงแสดงว่าข้อความมีลักษณะที่น่าจะก่อผลเช่นนั้นก็เพียงพอ
  • โทษตามมาตรา 326 คือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ · หากกระทำโดยการโฆษณาตาม มาตรา 328 โทษเพิ่มเป็นจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท
  • มาตรา 329 เป็นเหตุยกเว้นความผิดสำหรับการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ส่วน มาตรา 330 เป็นเพียงเหตุยกเว้นโทษเมื่อพิสูจน์ความจริงได้ และห้ามพิสูจน์ในเรื่องส่วนตัวที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน
  • ความรับผิดทางแพ่งแยกต่างหากจากความรับผิดทางอาญา ผู้เสียหายเรียกค่าสินไหมทดแทนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และ มาตรา 423
  • หมิ่นประมาทเป็นความผิดอันยอมความได้ตาม มาตรา 333 ผู้เสียหายจึงต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด ตามมาตรา 96
  • ดูหมิ่นเป็นคนละฐานกับหมิ่นประมาท ถ้อยคำหยาบคายที่ไม่ได้ใส่ความด้วยข้อเท็จจริง อาจเข้าความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้าตามมาตรา 393 ซึ่งมีองค์ประกอบและโทษต่างออกไป

หมิ่นประมาทตามกฎหมายไทยคือการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้นั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 สาระของความผิดจึงไม่ได้อยู่ที่ถ้อยคำรุนแรงเพียงใด แต่อยู่ที่การกล่าวข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคลซึ่งระบุตัวได้ให้ผู้อื่นรับรู้

องค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาท

ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 เกิดขึ้นเมื่อครบองค์ประกอบสามชั้นพร้อมกัน คือ มีการใส่ความด้วยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคลซึ่งระบุตัวได้ ข้อความนั้นไปถึงบุคคลที่สาม และมีลักษณะที่น่าจะทำให้ผู้ถูกกล่าวถึงเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง การกล่าวกับเจ้าตัวตามลำพังจึงยังไม่ครบองค์ประกอบชั้นที่สอง

ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญที่ต้องครบทุกข้อ จึงจะถือว่าเป็นความผิด1

  • ใส่ความผู้อื่น — มีการกล่าวถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคลที่ระบุตัวได้ ไม่ใช่เพียงคำด่าหรือความรู้สึกลอย ๆ
  • ต่อบุคคลที่สาม — ข้อความนั้นไปถึงคนอื่นที่ไม่ใช่ผู้เสียหายเอง หากพูดกับเจ้าตัวตามลำพัง โดยทั่วไปยังไม่เข้าองค์ประกอบนี้
  • โดยประการที่น่าจะทำให้เสียชื่อเสียง — ลักษณะของข้อความน่าจะทำให้ผู้นั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
สาระสำคัญของบทบัญญัติ — ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท1

หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา (มาตรา 328)

มาตรา 328 มิใช่ฐานความผิดใหม่ แต่เป็นเหตุฉกรรจ์ของมาตรา 326 เมื่อการใส่ความกระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพ ตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏไม่ว่าด้วยวิธีใด การกระจายเสียงหรือกระจายภาพ หรือการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น โทษจึงสูงขึ้นเป็นจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท

หากการใส่ความกระทำด้วยการโฆษณา เช่น ทางเอกสาร สิ่งพิมพ์ ภาพ เสียง หรือสื่อออนไลน์ที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ กฎหมายกำหนดบทเพิ่มโทษให้หนักขึ้นกว่าการหมิ่นประมาทธรรมดา เพราะข้อความเข้าถึงคนจำนวนมากและสร้างความเสียหายได้กว้างกว่า2

เหตุยกเว้นและการพิสูจน์ความจริง

กฎหมายแยกทางออกไว้สองชั้นซึ่งให้ผลไม่เท่ากัน มาตรา 329 เป็นเหตุยกเว้นความผิดสำหรับการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริตตามกรณีที่บัญญัติไว้ ส่วนมาตรา 330 เป็นเพียงเหตุยกเว้นโทษเมื่อพิสูจน์ได้ว่าข้อความเป็นความจริง และยังห้ามพิสูจน์หากเป็นการใส่ความในเรื่องส่วนตัวซึ่งการพิสูจน์ไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน

การแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต (มาตรา 329)

การแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริตในกรอบที่กฎหมายกำหนด เช่น เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม การติชมด้วยความเป็นธรรมซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ หรือการแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรมเรื่องการดำเนินการอันเปิดเผยในศาลหรือในการประชุม ย่อมไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท3

การติชมด้วยความเป็นธรรมตามมาตรา 329 (3) ใช้บ่อยที่สุดกับรีวิวสินค้าและบริการ ดูบทความ รีวิวร้านค้าออนไลน์กับหมิ่นประมาท

การพิสูจน์ความจริง (มาตรา 330)

ในบางกรณี หากผู้ถูกกล่าวหาพิสูจน์ได้ว่าข้อความที่กล่าวเป็นความจริง ก็อาจไม่ต้องรับโทษ อย่างไรก็ตาม กฎหมายห้ามพิสูจน์หากเป็นเรื่องส่วนตัวและการพิสูจน์นั้นไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน ดังนั้น “ความจริง” จึงไม่ได้เป็นเกราะคุ้มกันเสมอไป4

ความรับผิดทางแพ่งและค่าสินไหมทดแทน

ความรับผิดทางแพ่งเดินคู่ขนานไปกับความรับผิดทางอาญาและไม่ขึ้นแก่กัน ผู้เสียหายอาจเรียกค่าสินไหมทดแทนตามหลักละเมิดทั่วไปในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และตามมาตรา 423 ซึ่งบัญญัติถึงการกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง อันเป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือทางทำมาหาได้ของผู้อื่น

นอกจากความผิดทางอาญา ผู้เสียหายยังอาจเรียกค่าสินไหมทดแทนทางแพ่งได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 (หลักทั่วไปว่าด้วยละเมิด) และมาตรา 423 ซึ่งว่าด้วยการกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง อันเป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือทางทำมาหาได้ของผู้อื่น5

เป็นความผิดอันยอมความได้

มาตรา 333 บัญญัติให้ความผิดในหมวดหมิ่นประมาทเป็นความผิดอันยอมความได้ ผลในทางปฏิบัติคือผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดตามมาตรา 96 มิฉะนั้นสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับ และคู่ความอาจยอมความกันได้ก่อนคดีถึงที่สุด

หมิ่นประมาทเป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายจึงต้องร้องทุกข์หรือดำเนินการภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย โดยทั่วไปคือภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด การปรึกษาแต่เนิ่น ๆ จึงสำคัญเพื่อไม่ให้เสียสิทธิ6

จุดเริ่มนับของกำหนดสามเดือน ลักษณะของคำร้องทุกข์ที่ศาลยอมรับ และการฟ้องคดีต่อศาลเอง วิเคราะห์ไว้พร้อมคำพิพากษาศาลฎีกาในบทความถูกหมิ่นประมาทออนไลน์ แจ้งความได้ไหม และต้องแจ้งภายในกี่เดือน

หมิ่นประมาท ไม่เท่ากับ ดูหมิ่น

คำหยาบคายหรือการดูถูกเหยียดหยามที่ไม่ได้ “ใส่ความ” ด้วยข้อเท็จจริง อาจเข้าข่ายความผิดฐานดูหมิ่น (เช่น ดูหมิ่นซึ่งหน้าตามมาตรา 393) ซึ่งเป็นคนละฐานกับหมิ่นประมาท การแยกแยะให้ถูกตั้งแต่ต้นมีผลต่อแนวทางดำเนินการ7

※เชิงอรรถ · ฐานกฎหมายและเอกสารอ้างอิง
  1. ↩ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ความผิดฐานหมิ่นประมาท — ถ้อยคำในกล่อง “สาระสำคัญ” เป็นการสรุปเพื่อความเข้าใจ มิใช่การยกตัวบทคำต่อคำทั้งมาตรา หากต้องการถ้อยคำตามตัวบทโปรดยืนยันกับประมวลกฎหมายฉบับปัจจุบัน
  2. ↩ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา
  3. ↩ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 เหตุยกเว้นความผิดกรณีแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต
  4. ↩ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 330 การพิสูจน์ความจริง และข้อห้ามพิสูจน์กรณีเรื่องส่วนตัวที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน
  5. ↩ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และมาตรา 423
  6. ↩ ความผิดอันยอมความได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 333 และกำหนดเวลาร้องทุกข์ตามมาตรา 96 (โดยทั่วไปภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด)
  7. ↩ เปรียบเทียบกับความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393 ซึ่งมีองค์ประกอบและโทษต่างจากหมิ่นประมาท
→อ่านต่อ · Related
ขอรับคำปรึกษาเฉพาะกรณีของท่าน →

โทร · +66 81 654 5922  ·  contact@eksiamlegal.com  ·  แอดไลน์ปรึกษา

แชร์หน้านี้ LINE Facebook

ปรึกษาได้ทันที · ตอบกลับเร็วที่สุด

ไม่ว่าท่านอยู่ฝ่ายใดของคดีหมิ่นประมาท เราพร้อมรับฟังและช่วยประเมินแนวทาง

ท่านถูกใส่ความหรือถูกหมิ่นประมาท?

หากมีโพสต์ รีวิว หรือข้อความที่ทำให้ท่านหรือธุรกิจเสียชื่อเสียง ควรเก็บหลักฐานไว้ก่อนข้อความจะถูกแก้ไขหรือลบ และโปรดทราบว่าความผิดฐานหมิ่นประมาทต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด

☎ โทรปรึกษา 081 654 5922

ท่านถูกแจ้งความ ถูกฟ้อง หรือกังวลเรื่องข้อความที่โพสต์ไปแล้ว?

หากได้รับหมายเรียก หนังสือบอกกล่าว หรือกังวลว่าข้อความที่โพสต์ไปแล้วอาจเป็นคดี การทบทวนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานก่อนให้การหรือเจรจา จะช่วยให้ท่านเห็นทางเลือกได้ครบถ้วน

☎ โทรปรึกษา 081 654 5922

ติดต่อสำนักงาน

ส่งรายละเอียดของเรื่องมาทางอีเมลได้โดยตรง แนบเอกสารประกอบได้ ไม่ต้องกรอกแบบฟอร์ม

contact@eksiamlegal.com

จันทร์–ศุกร์ 09:00–18:00 · ข้อมูลของผู้ติดต่อเก็บเป็นความลับ

โทรปรึกษา ส่งเรื่อง