บริษัท เอกสยาม แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด +66 81 654 5922  ·  contact@eksiamlegal.com

หน้าแรกคลังความรู้ › แนวคำพิพากษา

แนวคำพิพากษา · ฎีกาที่ 2778/2561

เมื่อโพสต์เป็นหมิ่นประมาท ยังผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) หรือไม่

ฎีกาที่ 2778/2561 ไม่ได้วางหลักว่าโพสต์ออนไลน์ไม่มีความผิด แต่ย้ำว่าหากการกระทำเดียวกันเป็นหมิ่นประมาท กฎหมายปัจจุบันตัดมาตรา 14 (1) ออก ต้องลงฐานความผิดให้ตรงกับสิ่งที่ถูกละเมิด

เขียนโดย เอกสยาม ชัยศร — นักกฎหมายและที่ปรึกษาด้านคดีหมิ่นประมาท การสื่อสารออนไลน์ และการปกป้องชื่อเสียง
เผยแพร่และตรวจแก้กฎหมาย 23 สิงหาคม 2569 · อ้างอิงตัวบทกฎหมายและคำพิพากษาศาลฎีกา

แชร์หน้านี้ LINE Facebook

คำตอบตรง

หากข้อเท็จจริงชุดเดียวกันเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา การกระทำนั้นไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) ฉบับปัจจุบันเพียงเพราะเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์หรือ Facebook แต่ผู้กระทำยังอาจรับผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามมาตรา 328 หรือฐานอื่นที่มีองค์ประกอบต่างกันได้

นี่คือสาระสำคัญของคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2778/2561 ซึ่งช่วยแก้ความเข้าใจว่า “ข้อความเท็จอยู่ในคอมพิวเตอร์ ต้องฟ้อง พ.ร.บ.คอมฯ พ่วงเสมอ” ความจริงแล้วกฎหมายที่แก้ไขในปี 2560 เขียนเส้นแบ่งไว้โดยตรงว่า มาตรา 14 (1) ต้องเป็นกรณี อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท1

ข้อเท็จจริงของฎีกาที่ 2778/2561

คดีเริ่มจากการปราศรัยในที่ชุมนุมของกลุ่มการเมืองเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554 มีการกล่าวถ้อยคำที่ศาลรับฟังว่าเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ ต่อมามีผู้นำคำปราศรัยมาถอดเป็นข้อความและเผยแพร่บนเว็บไซต์ manager.co.th2

ประเด็นในชั้นฎีกาสำหรับจำเลยที่ 2 อยู่ที่ความรับผิดของผู้มีสิทธิบริหารจัดการเว็บไซต์ จำเลยอ้างว่าบริษัทเจ้าของเดิมล้มละลายแล้ว สิทธิบริหารเว็บไซต์จึงสิ้นไป แต่ศาลเห็นว่าสัญญาให้สิทธิยังไม่สิ้นผลเพียงเพราะผู้ให้สิทธิล้มละลาย และพฤติการณ์แสดงว่าจำเลยที่ 2 มีสิทธิเด็ดขาดในการบริหารเว็บไซต์ รวมถึงการดูแลเนื้อหาที่เผยแพร่

ศาลจึงวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามมาตรา 328 และลงโทษปรับ 60,000 บาท แต่ปัญหาต่อมาคือ การเผยแพร่เดียวกันยังเป็นมาตรา 14 (1) และ (5) ของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วยหรือไม่2

จุดเปลี่ยนของคดี: กฎหมายใหม่มีผลระหว่างการพิจารณา

ขณะเกิดเหตุ มาตรา 14 (1) ฉบับเดิมกล่าวถึงการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมหรือเท็จเข้าสู่ระบบโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย “แก่ผู้อื่นหรือประชาชน” ถ้อยคำกว้างเช่นนี้เคยถูกใช้กับข้อพิพาทเรื่องชื่อเสียงจำนวนมาก3

ต่อมา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 แก้ไขมาตรา 14 (1) โดยเพิ่มองค์ประกอบสำคัญว่า

  1. ต้องกระทำ “โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง”
  2. ต้องเป็นข้อมูลบิดเบือน ปลอม หรือเท็จ
  3. ต้องมีลักษณะน่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และ
  4. ต้องเป็นกรณี “อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา”1

กฎหมายใหม่มีผลใช้บังคับระหว่างคดีอยู่ในศาลฎีกา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรคสอง วางหลักว่า หากกฎหมายภายหลังเป็นคุณแก่ผู้กระทำ ให้ใช้กฎหมายภายหลังนั้น ศาลฎีกาจึงยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัยได้แม้จำเลยจะไม่ได้ฎีกาไว้โดยตรง เพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย2

ศาลฎีกาวินิจฉัยอย่างไร

เมื่อการกระทำของจำเลยที่ 2 ฟังได้ว่าเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามมาตรา 328 แล้ว จึงขาดองค์ประกอบข้อที่กฎหมายใหม่กำหนดว่า ต้องมิใช่ความผิดฐานหมิ่นประมาท การกระทำเดียวกันจึงไม่เป็นมาตรา 14 (1)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2778/2561 (วรรคทอง) เมื่อการกระทำเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามมาตรา 328 แล้ว ย่อมไม่เป็นความผิดตามมาตรา 14 (1)2

และเมื่อข้อมูลต้นทางไม่เป็นข้อมูลตามมาตรา 14 (1) ความผิดฐานเผยแพร่หรือส่งต่อตามมาตรา 14 (5) ที่อาศัยข้อมูลต้นทางดังกล่าวก็ไม่เกิดขึ้นด้วย ศาลฎีกาจึงพิพากษาแก้ให้จำเลยที่ 2 รับผิดตามมาตรา 328 สถานเดียว2

ทฤษฎีที่อยู่เบื้องหลัง: ช่องทางไม่ใช่ฐานความผิด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือเริ่มจากข้อเท็จจริงว่า “โพสต์ผ่านคอมพิวเตอร์” แล้วสรุปว่าต้องเป็นความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ แต่กฎหมายอาญาจำแนกความผิดตามประโยชน์ที่กฎหมายมุ่งคุ้มครองและองค์ประกอบเฉพาะ ไม่ได้จำแนกตามอุปกรณ์ที่ใช้เพียงอย่างเดียว

  • ความผิดฐานหมิ่นประมาทมุ่งคุ้มครองชื่อเสียงของบุคคล
  • มาตรา 14 (1) มุ่งจัดการข้อมูลบิดเบือน ปลอม หรือเท็จที่ใช้โดยทุจริตหรือหลอกลวงและก่อความเสียหายตามที่กฎหมายกำหนด
  • มาตรา 16 มุ่งถึงภาพบุคคลที่สร้าง ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงแล้วมีลักษณะทำให้เสียชื่อเสียงหรืออับอาย1

Facebook จึงเป็น “ช่องทาง” ส่วนฐานความผิดต้องหาใน “เนื้อหา เจตนา ผู้รับสาร และผลที่กฎหมายคุ้มครอง”

เปรียบเทียบกฎหมายเดิมกับกฎหมายปัจจุบัน

ประเด็นมาตรา 14 (1) เดิมมาตรา 14 (1) ปัจจุบัน
เจตนาพิเศษไม่เขียนคำว่าโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงต้องกระทำโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง
ผู้ได้รับความเสียหายผู้อื่นหรือประชาชนวรรคหนึ่งใช้คำว่าประชาชน; วรรคสองวางกรณีบุคคลใดบุคคลหนึ่งไว้ต่างหาก
ความสัมพันธ์กับหมิ่นประมาทไม่มีข้อความตัดออกโดยตรงระบุว่าต้องมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท
ผลในฎีกานี้การกระทำอาจเข้าเกณฑ์เดิมกฎหมายใหม่เป็นคุณ จึงไม่เป็นมาตรา 14 (1) และ (5)

การเปรียบเทียบนี้อธิบายว่าทำไมแนวคำพูดทางโทรทัศน์หรือบทความเก่าบางชิ้นที่ว่า “โพสต์เท็จผิด พ.ร.บ.คอมฯ” อาจไม่ตรงกับตัวบทที่ใช้ในปัจจุบัน

ฎีกานี้ไม่ได้หมายความว่าอะไร

  1. ไม่ได้หมายความว่าโพสต์หมิ่นประมาทไม่มีความผิด — จำเลยที่ 2 ในคดีนี้ยังถูกลงโทษตามมาตรา 328
  2. ไม่ได้หมายความว่าความจริงทำให้พ้นผิดหมิ่นประมาทเสมอ — ต้องตรวจมาตรา 329 และ 330 แยกต่างหาก4
  3. ไม่ได้ตัดมาตรา 16 — หากมีภาพสร้างหรือตัดต่อของบุคคล ต้องตรวจองค์ประกอบมาตรา 16 โดยเฉพาะ
  4. ไม่ได้ห้ามฟ้องกฎหมายหลายฐานเมื่อเป็นคนละการกระทำ — ข้อความหนึ่งอาจเป็นหมิ่นประมาท ขณะที่ภาพอีกชิ้นหรือกระบวนการหลอกลวงอีกส่วนอาจครบกฎหมายอื่น
  5. ไม่ได้ทำให้ผู้ดูแลเว็บไซต์รับผิดทุกโพสต์โดยอัตโนมัติ — ในคดีนี้ศาลอาศัยสัญญา สิทธิบริหาร และพฤติการณ์เฉพาะเพื่อวินิจฉัยความรับผิดของจำเลยที่ 2

เปรียบเทียบกับฎีกาอีกสองคดี

ฎีกาคำถามหลักหลักที่ได้
2778/2561การกระทำเป็นหมิ่นประมาทอยู่แล้วหรือไม่ถ้าใช่ การกระทำเดียวกันไม่เป็นมาตรา 14 (1)
5764/2562มีเจตนาพิเศษโดยทุจริตหรือหลอกลวงหรือไม่ข้อมูลเท็จอย่างเดียวไม่พอ5
2211/2566ความเสียหายถึง “ประชาชน” ตามวรรคหนึ่งหรือไม่ผู้พบเห็นเพียงรายเดียวในคดีนั้นไม่ครบวรรคหนึ่ง แต่ต้องตรวจวรรคสองแยก6

อ่านภาพรวมทั้งสามคดีได้ที่ หมิ่นประมาทกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ต่างกันอย่างไร

ใช้หลักนี้กับโพสต์ Facebook อย่างไร

สมมติว่ามีคนโพสต์สาธารณะว่าเจ้าของร้าน “โกงลูกค้า” ทั้งที่ผู้ถูกกล่าวหายืนยันว่าไม่จริง การวิเคราะห์ที่ถูกต้องไม่ใช่ใส่มาตรา 328 และมาตรา 14 (1) ไปพร้อมกันทันที แต่ควรถามตามลำดับว่า

  1. ข้อความหมายถึงบุคคลใดและบุคคลที่สามเข้าใจได้หรือไม่
  2. เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงหรือเป็นเพียงความเห็น/คำด่า
  3. มีลักษณะน่าจะทำให้เสียชื่อเสียงหรือไม่
  4. มีเหตุยกเว้นตามมาตรา 329 หรือพิสูจน์ความจริงตามมาตรา 330 ได้หรือไม่
  5. มีการกระทำส่วนอื่นที่ต่างจากการหมิ่นประมาท เช่น สร้างเพจปลอม หลอกโอนเงิน หรือใช้ภาพตัดต่อหรือไม่

หากมีเพียงการใส่ความทำลายชื่อเสียงผ่าน Facebook ฐานหลักคือหมิ่นประมาท ไม่ใช่มาตรา 14 (1) จากการกระทำเดียวกัน แต่ถ้ามีชุดการกระทำอื่น ต้องแยกองค์ประกอบของแต่ละฐานโดยไม่เหมารวม

เกี่ยวกับผู้วิเคราะห์

เอกสยาม ชัยศร

นักกฎหมายและที่ปรึกษาด้านคดีหมิ่นประมาท การสื่อสารออนไลน์ และการปกป้องชื่อเสียง แห่ง Eksiam Defamation Law (บริษัท เอกสยาม แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด) ทำงานทั้งฝั่งผู้เสียหายและฝั่งผู้ถูกกล่าวหา ตั้งแต่การตรวจข้อความก่อนเผยแพร่ การรักษาพยานหลักฐานดิจิทัล ไปจนถึงการเจรจาและการดำเนินคดี — อ่านประวัติฉบับเต็ม

หากถูกโพสต์ใส่ความ หรือถูกฟ้อง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์พ่วงมา ให้เราตรวจฐานความผิด

การเลือกฐานกฎหมายผิดตั้งแต่ต้นอาจทำให้เสียเวลา พลาดประเด็นพยานหลักฐาน หรือประเมินความเสี่ยงคลาดเคลื่อน หากคุณพบปัญหาลักษณะนี้ ให้ใช้บริการ Eksiam Defamation Law เพื่อให้เราตรวจข้อความ ภาพ บริบท ผู้รับสาร ข้อหา และพยานหลักฐานก่อนแจ้งความ ฟ้องคดี ให้การ หรือตอบโต้

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยสำหรับข้อเท็จจริงเฉพาะคดี

คำถามที่พบบ่อย

โพสต์หมิ่นประมาทบน Facebook ผิดมาตรา 14 (1) ด้วยหรือไม่
ไม่ใช่จากการกระทำเดียวกันโดยอัตโนมัติ หากสาระครบความผิดฐานหมิ่นประมาท มาตรา 14 (1) ปัจจุบันตัดกรณีนั้นออกตามแนวฎีกาที่ 2778/2561
แจ้งความทั้งสองข้อหาได้หรือไม่
บุคคลอาจกล่าวหาหลายข้อหาได้ แต่ไม่ได้แปลว่าทุกข้อหาครบองค์ประกอบ หากมีการกระทำหลายส่วนต้องแยกวิเคราะห์ หากมีเพียงข้อความหมิ่นประมาทเดียว การพ่วงมาตรา 14 (1) มีปัญหาตามฎีกานี้
ถ้าเป็นภาพตัดต่อที่ทำให้เสียชื่อเสียงล่ะ
ต้องตรวจมาตรา 16 แยก เพราะเป็นฐานเฉพาะเกี่ยวกับภาพที่สร้าง ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลง และไม่ใช่ข้อสรุปเดียวกับมาตรา 14 (1)
ผู้ดูแลเพจหรือเว็บไซต์ต้องรับผิดเสมอหรือไม่
ไม่เสมอ ต้องพิสูจน์บทบาท อำนาจควบคุม การรู้เห็น การอนุมัติหรือเผยแพร่ และองค์ประกอบของฐานความผิดเป็นรายบุคคล
เชิงอรรถ · ฐานกฎหมายและเอกสารอ้างอิง
  1. พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 8 และมาตรา 10 ซึ่งแก้ไขมาตรา 14 และมาตรา 16, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่ 10 ก, 24 มกราคม 2560, หน้า 24–35, ราชกิจจานุเบกษา.
  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2778/2561, ฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกา; ThaiDeka.
  3. พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (1) ก่อนแก้ไข, ราชกิจจานุเบกษา.
  4. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรคสอง, 326, 328, 329 และ 330; สำนักกฎหมายและวิชาการศาลยุติธรรม.
  5. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5764/2562, ฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกา; ThaiDeka.
  6. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2211/2566; สำนักงานศาลยุติธรรม, ฎีกา InTrend Ep.159, COJ Channel.
อ่านต่อ · Related
ขอรับคำปรึกษาเฉพาะกรณีของท่าน

โทร · +66 81 654 5922  ·  contact@eksiamlegal.com  ·  แอดไลน์ปรึกษา

แชร์หน้านี้ LINE Facebook

ปรึกษาได้ทันที · ตอบกลับเร็วที่สุด

ไม่ว่าคุณอยู่ฝั่งไหนของคดีหมิ่นประมาท เราช่วยคุณได้ตั้งแต่วินาทีนี้

คุณถูกหมิ่นประมาท ถูกโพสต์ใส่ความ?

ถูกโพสต์ประจาน รีวิวทำลายธุรกิจ หรือถูกใส่ความจนเสียชื่อเสียง — ทุกชั่วโมงที่ผ่านไปหลักฐานอาจถูกลบ และอายุความ 3 เดือนกำลังเดิน อย่ารอ

☎ โทรเลย 081 654 5922 — เริ่มปกป้องชื่อเสียงทันที

คุณถูกแจ้งความ ถูกฟ้อง หรือเพิ่งโพสต์แล้วกังวล?

ได้รับหมายเรียก ถูกทนายส่งโนติส หรือโพสต์ไปแล้วกลัวเป็นคดี — สิ่งที่พูดหรือทำใน 24 ชั่วโมงแรกชี้ชะตาคดี อย่าเพิ่งให้การหรือเจรจาเองก่อนคุยกับเรา

☎ โทรเลย 081 654 5922 — ประเมินทางรอดของคุณทันที

ติดต่อสำนักงาน

ส่งรายละเอียดของเรื่องมาทางอีเมลได้โดยตรง แนบเอกสารประกอบได้ ไม่ต้องกรอกแบบฟอร์ม

contact@eksiamlegal.com

จันทร์–ศุกร์ 09:00–18:00 · ข้อมูลของผู้ติดต่อเก็บเป็นความลับ

โทรปรึกษา ส่งเรื่อง
LINE WhatsApp โทร อีเมล