หน้าแรก › คลังความรู้ › แนวคำพิพากษา
แนวคำพิพากษา · ฎีกาที่ 2778/2561ฎีกาที่ 2778/2561 ไม่ได้วางหลักว่าโพสต์ออนไลน์ไม่มีความผิด แต่ย้ำว่าหากการกระทำเดียวกันเป็นหมิ่นประมาท กฎหมายปัจจุบันตัดมาตรา 14 (1) ออก ต้องลงฐานความผิดให้ตรงกับสิ่งที่ถูกละเมิด
เขียนโดย เอกสยาม ชัยศร — นักกฎหมายและที่ปรึกษาด้านคดีหมิ่นประมาท การสื่อสารออนไลน์ และการปกป้องชื่อเสียง
เผยแพร่ 23 สิงหาคม 2569 · ตรวจแก้เนื้อหาล่าสุด 29 กันยายน 2569 · อ้างอิงตัวบทกฎหมายและคำพิพากษาศาลฎีกา
หากข้อเท็จจริงชุดเดียวกันเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา การกระทำนั้นไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) ฉบับปัจจุบันเพียงเพราะเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์หรือ Facebook แต่ผู้กระทำยังอาจรับผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามมาตรา 328 หรือฐานอื่นที่มีองค์ประกอบต่างกันได้
นี่คือสาระสำคัญของคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2778/2561 ซึ่งช่วยแก้ความเข้าใจว่า “ข้อความเท็จอยู่ในคอมพิวเตอร์ ต้องฟ้อง พ.ร.บ.คอมฯ พ่วงเสมอ” ความจริงแล้วกฎหมายที่แก้ไขในปี 2560 เขียนเส้นแบ่งไว้โดยตรงว่า มาตรา 14 (1) ต้องเป็นกรณี อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท1
คดีเริ่มจากการปราศรัยในที่ชุมนุมของกลุ่มการเมืองเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554 มีการกล่าวถ้อยคำที่ศาลรับฟังว่าเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ ต่อมามีผู้นำคำปราศรัยมาถอดเป็นข้อความและเผยแพร่บนเว็บไซต์ manager.co.th2
ประเด็นในชั้นฎีกาสำหรับจำเลยที่ 2 อยู่ที่ความรับผิดของผู้มีสิทธิบริหารจัดการเว็บไซต์ จำเลยอ้างว่าบริษัทเจ้าของเดิมล้มละลายแล้ว สิทธิบริหารเว็บไซต์จึงสิ้นไป แต่ศาลเห็นว่าสัญญาให้สิทธิยังไม่สิ้นผลเพียงเพราะผู้ให้สิทธิล้มละลาย และพฤติการณ์แสดงว่าจำเลยที่ 2 มีสิทธิเด็ดขาดในการบริหารเว็บไซต์ รวมถึงการดูแลเนื้อหาที่เผยแพร่
ศาลจึงวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามมาตรา 328 และลงโทษปรับ 60,000 บาท แต่ปัญหาต่อมาคือ การเผยแพร่เดียวกันยังเป็นมาตรา 14 (1) และ (5) ของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วยหรือไม่2
ขณะเกิดเหตุ มาตรา 14 (1) ฉบับเดิมกล่าวถึงการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมหรือเท็จเข้าสู่ระบบโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย “แก่ผู้อื่นหรือประชาชน” ถ้อยคำกว้างเช่นนี้เคยถูกใช้กับข้อพิพาทเรื่องชื่อเสียงจำนวนมาก3
ต่อมา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 แก้ไขมาตรา 14 (1) โดยเพิ่มองค์ประกอบสำคัญว่า
กฎหมายใหม่มีผลใช้บังคับระหว่างคดีอยู่ในศาลฎีกา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรคสอง บัญญัติว่า ถ้าตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง การกระทำเช่นนั้นไม่เป็นความผิดต่อไป ให้ผู้ที่ได้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิด ศาลฎีกาจึงยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัยได้แม้จำเลยจะไม่ได้ฎีกาไว้โดยตรง เพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย2
เมื่อการกระทำของจำเลยที่ 2 ฟังได้ว่าเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามมาตรา 328 แล้ว จึงขาดองค์ประกอบข้อที่กฎหมายใหม่กำหนดว่า ต้องมิใช่ความผิดฐานหมิ่นประมาท การกระทำเดียวกันจึงไม่เป็นมาตรา 14 (1)
และเมื่อข้อมูลต้นทางไม่เป็นข้อมูลตามมาตรา 14 (1) ความผิดฐานเผยแพร่หรือส่งต่อตามมาตรา 14 (5) ที่อาศัยข้อมูลต้นทางดังกล่าวก็ไม่เกิดขึ้นด้วย ศาลฎีกาจึงพิพากษาแก้ให้จำเลยที่ 2 รับผิดตามมาตรา 328 สถานเดียว2
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือเริ่มจากข้อเท็จจริงว่า “โพสต์ผ่านคอมพิวเตอร์” แล้วสรุปว่าต้องเป็นความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ แต่กฎหมายอาญาจำแนกความผิดตามประโยชน์ที่กฎหมายมุ่งคุ้มครองและองค์ประกอบเฉพาะ ไม่ได้จำแนกตามอุปกรณ์ที่ใช้เพียงอย่างเดียว
Facebook จึงเป็น “ช่องทาง” ส่วนฐานความผิดต้องหาใน “เนื้อหา เจตนา ผู้รับสาร และผลที่กฎหมายคุ้มครอง”
| ประเด็น | มาตรา 14 (1) เดิม | มาตรา 14 (1) ปัจจุบัน |
|---|---|---|
| เจตนาพิเศษ | ไม่เขียนคำว่าโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง | ต้องกระทำโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง |
| ผู้ได้รับความเสียหาย | ผู้อื่นหรือประชาชน | วรรคหนึ่งใช้คำว่าประชาชน; วรรคสองวางกรณีบุคคลใดบุคคลหนึ่งไว้ต่างหาก |
| ความสัมพันธ์กับหมิ่นประมาท | ไม่มีข้อความตัดออกโดยตรง | ระบุว่าต้องมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท |
| ผลในฎีกานี้ | การกระทำอาจเข้าเกณฑ์เดิม | ตามกฎหมายที่บัญญัติภายหลัง การกระทำไม่เป็นความผิดตามมาตรา 14 (1) และ (5) (ป.อ. มาตรา 2 วรรคสอง) |
การเปรียบเทียบนี้อธิบายว่าทำไมแนวคำพูดทางโทรทัศน์หรือบทความเก่าบางชิ้นที่ว่า “โพสต์เท็จผิด พ.ร.บ.คอมฯ” อาจไม่ตรงกับตัวบทที่ใช้ในปัจจุบัน
| ฎีกา | คำถามหลัก | หลักที่ได้ |
|---|---|---|
| 2778/2561 | การกระทำเป็นหมิ่นประมาทอยู่แล้วหรือไม่ | ถ้าใช่ การกระทำเดียวกันไม่เป็นมาตรา 14 (1) |
| 5764/2562 | มีเจตนาพิเศษโดยทุจริตหรือหลอกลวงหรือไม่ | ข้อมูลเท็จอย่างเดียวไม่พอ5 |
| 2211/2566 | ความเสียหายถึง “ประชาชน” ตามวรรคหนึ่งหรือไม่ | กฎหมายไม่ได้กำหนดจำนวนผู้พบเห็น เมื่อมุ่งแสดงข้อมูลแก่ประชาชนในระบบที่บุคคลทั่วไปเข้าถึงได้ ผู้พบเห็นจริงรายเดียวก็ยังครบวรรคหนึ่ง6 |
อ่านภาพรวมทั้งสามคดีได้ที่ หมิ่นประมาทกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ต่างกันอย่างไร
สมมติว่ามีคนโพสต์สาธารณะว่าเจ้าของร้าน “โกงลูกค้า” ทั้งที่ผู้ถูกกล่าวหายืนยันว่าไม่จริง การวิเคราะห์ที่ถูกต้องไม่ใช่ใส่มาตรา 328 และมาตรา 14 (1) ไปพร้อมกันทันที แต่ควรถามตามลำดับว่า
หากมีเพียงการใส่ความทำลายชื่อเสียงผ่าน Facebook ฐานหลักคือหมิ่นประมาท ไม่ใช่มาตรา 14 (1) จากการกระทำเดียวกัน แต่ถ้ามีชุดการกระทำอื่น ต้องแยกองค์ประกอบของแต่ละฐานโดยไม่เหมารวม
นักกฎหมายและที่ปรึกษาด้านคดีหมิ่นประมาท การสื่อสารออนไลน์ และการปกป้องชื่อเสียง แห่ง Eksiam Defamation Law (บริษัท เอกสยาม แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด) ทำงานทั้งฝั่งผู้เสียหายและฝั่งผู้ถูกกล่าวหา ตั้งแต่การตรวจข้อความก่อนเผยแพร่ การรักษาพยานหลักฐานดิจิทัล ไปจนถึงการเจรจาและการดำเนินคดี — อ่านประวัติฉบับเต็ม
การเลือกฐานกฎหมายผิดตั้งแต่ต้นอาจทำให้เสียเวลา พลาดประเด็นพยานหลักฐาน หรือประเมินความเสี่ยงคลาดเคลื่อน หากท่านพบปัญหาลักษณะนี้ Eksiam Defamation Law ยินดีช่วยตรวจข้อความ ภาพ บริบท ผู้รับสาร ข้อหา และพยานหลักฐานก่อนแจ้งความ ฟ้องคดี ให้การ หรือตอบโต้
บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยสำหรับข้อเท็จจริงเฉพาะคดี
โทร · +66 81 654 5922 · contact@eksiamlegal.com · แอดไลน์ปรึกษา
ปรึกษาได้ทันที · ตอบกลับเร็วที่สุด
หากมีโพสต์ รีวิว หรือข้อความที่ทำให้ท่านหรือธุรกิจเสียชื่อเสียง ควรเก็บหลักฐานไว้ก่อนข้อความจะถูกแก้ไขหรือลบ และโปรดทราบว่าความผิดฐานหมิ่นประมาทต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด
☎ โทรปรึกษา 081 654 5922หากได้รับหมายเรียก หนังสือบอกกล่าว หรือกังวลว่าข้อความที่โพสต์ไปแล้วอาจเป็นคดี การทบทวนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานก่อนให้การหรือเจรจา จะช่วยให้ท่านเห็นทางเลือกได้ครบถ้วน
☎ โทรปรึกษา 081 654 5922ส่งรายละเอียดของเรื่องมาทางอีเมลได้โดยตรง แนบเอกสารประกอบได้ ไม่ต้องกรอกแบบฟอร์ม
contact@eksiamlegal.comจันทร์–ศุกร์ 09:00–18:00 · ข้อมูลของผู้ติดต่อเก็บเป็นความลับ