หน้าแรก › คลังความรู้ › แนวคำพิพากษา
แนวคำพิพากษา · ฎีกาที่ 2211/2566คำว่า “ประชาชน” ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะข้อมูลอยู่บนเว็บไซต์ ฎีกาที่ 2211/2566 ชี้ว่าผู้พบเห็นเพียงรายเดียวไม่ครบวรรคหนึ่ง แต่ยังต้องแยกตรวจมาตรา 14 วรรคสองเสมอ
เขียนโดย เอกสยาม ชัยศร — นักกฎหมายและที่ปรึกษาด้านคดีหมิ่นประมาท การสื่อสารออนไลน์ และการปกป้องชื่อเสียง
เผยแพร่และตรวจแก้กฎหมาย 23 สิงหาคม 2569 · อ้างอิงตัวบทกฎหมายและคำพิพากษาศาลฎีกา
ในข้อเท็จจริงของฎีกาที่ 2211/2566 เมื่อปรากฏเพียงผู้เสียหายรายเดียวที่พบเห็นเว็บไซต์และสั่งซื้อสินค้า ยังไม่ครบองค์ประกอบว่าเป็นการนำข้อมูลเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ “ประชาชน” ตามมาตรา 14 (1) วรรคหนึ่ง อย่างไรก็ดี ไม่ควรสรุปต่อว่า “คนเห็นคนเดียวไม่ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ทุกกรณี” เพราะมาตรา 14 วรรคสองวางกรณีที่กระทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งไว้ต่างหาก1
จุดสำคัญของคดีนี้จึงไม่ใช่การนับยอดวิวแบบสูตรคณิตศาสตร์ แต่เป็นการจำแนกว่า ข้อหาและพยานหลักฐานกำลังกล่าวถึง ความเสียหายแก่ประชาชนตามวรรคหนึ่ง หรือ การกระทำต่อบุคคลเฉพาะรายตามวรรคสอง
ตามสรุปคำพิพากษาที่สำนักงานศาลยุติธรรมเผยแพร่ในรายการฎีกา InTrend Ep.159 ผู้ขายเปิดเว็บไซต์สำหรับขายสินค้าประเภทอาหารสำเร็จรูป ผู้เสียหายพบเว็บไซต์และสนใจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เสนอว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากประเทศสหรัฐอเมริกา จึงสั่งซื้อสินค้า2
เมื่อได้รับสินค้า แม้กล่องจะใช้ชื่อยี่ห้อของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว แต่ผู้เสียหายนำเลขรหัสที่ติดบนฝากล่องไปตรวจสอบกับเว็บไซต์ของผู้ผลิต จึงพบว่าเป็นเลขรหัสของสินค้าที่ลอกเลียนจากของแท้ ผู้เสียหายเห็นว่าผู้ขายขายสินค้าปลอม จึงร้องทุกข์และพนักงานอัยการฟ้องคดี
ข้อต่อสู้สำคัญคือ ตามคำฟ้องไม่ปรากฏว่ามีบุคคลอื่นพบเห็นเว็บไซต์หรือสั่งซื้อสินค้าจากจำเลย มีเพียงผู้เสียหายรายเดียวเท่านั้น คำถามจึงเกิดขึ้นว่า การนำข้อมูลเท็จไว้บนเว็บไซต์ซึ่งมีผู้พบเห็นหนึ่งราย เพียงพอสำหรับองค์ประกอบ “น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” หรือไม่
มาตรา 14 (1) วรรคหนึ่งกำหนดความผิดสำหรับการกระทำโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ซึ่งนำข้อมูลบิดเบือน ปลอม หรือเท็จเข้าสู่ระบบ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และมิใช่ความผิดฐานหมิ่นประมาท1
มาตรา 14 วรรคสองกำหนดต่อว่า หากการกระทำตามวรรคหนึ่ง (1) มิได้กระทำต่อประชาชน แต่กระทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ผู้กระทำ ผู้เผยแพร่ หรือผู้ส่งต่อข้อมูลดังกล่าวมีโทษเบากว่า และเป็นความผิดอันยอมความได้1
| ประเด็น | มาตรา 14 (1) วรรคหนึ่ง | มาตรา 14 วรรคสอง |
|---|---|---|
| เป้าหมายของการกระทำ | ประชาชน | บุคคลใดบุคคลหนึ่ง |
| โทษสูงสุด | จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ | จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ |
| การยอมความ | ไม่ได้กำหนดให้ยอมความได้ | เป็นความผิดอันยอมความได้ |
| สิ่งที่ต้องระบุในคดี | เหตุใดข้อมูลจึงน่าจะเสียหายแก่ประชาชน | เหตุใดเป็นการกระทำต่อบุคคลเฉพาะราย |
การแยกสองวรรคนี้สำคัญ เพราะการกล่าวเพียงว่า “นำข้อมูลเท็จเข้าเว็บไซต์” ยังไม่ตอบว่าข้อเท็จจริงอยู่ในวรรคใด
เมื่อข้อเท็จจริงตามคำฟ้องมีเพียงผู้เสียหายรายเดียวที่พบเห็นและสั่งซื้อ โดยไม่ปรากฏบุคคลอื่น ศาลฎีกาเห็นว่าไม่ครบลักษณะความเสียหายแก่ “ประชาชน” ตามมาตรา 14 (1) วรรคหนึ่ง2
คำพิพากษานี้ทำหน้าที่เตือนทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยว่า คำว่าเว็บไซต์หรือระบบคอมพิวเตอร์ไม่ได้ทำให้ข้อมูลมีผลต่อประชาชนโดยอัตโนมัติ ต้องอ่านคำฟ้องและพยานหลักฐานว่ามีการเสนอข้อมูลต่อใคร ใครเข้าถึง มีผู้พบเห็นหรือผู้เสียหายกี่ลักษณะ และการกระทำน่าจะก่อผลต่อกลุ่มบุคคลโดยรวมอย่างไร
ฎีกาที่ 2211/2566 บอกว่า หนึ่งคนในข้อเท็จจริงนั้นไม่พอ แต่ไม่ได้กำหนดตัวเลขขั้นต่ำว่า 2 คน 10 คน หรือ 100 คนจึงจะเป็นประชาชน การตีความยังต้องดูทั้ง
เว็บไซต์ที่เปิดสาธารณะอาจเป็นพฤติการณ์สำคัญ แต่การเปิดสาธารณะเพียงอย่างเดียวไม่ควรถูกใช้แทนการพิสูจน์องค์ประกอบ “น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” โดยไม่อธิบายเหตุผลเชื่อมโยง
การสรุปว่า “มีผู้เสียหายคนเดียว จึงไม่ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์” อาจทำให้ผู้อ่านเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะกฎหมายปัจจุบันกำหนดความรับผิดกรณีกระทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งไว้ในวรรคสองโดยตรง1
ดังนั้น การนำฎีกานี้ไปใช้ต้องถามเพิ่มว่า
รายละเอียดสรุปสาธารณะของฎีกานี้มุ่งตอบปัญหาคำว่า “ประชาชน” ตามวรรคหนึ่ง จึงไม่ควรนำไปตัดการวิเคราะห์วรรคสองในคดีอื่นโดยอัตโนมัติ
กรณีเว็บไซต์ขายสินค้าปลอมในฎีกานี้มีแก่นเป็นการใช้ข้อมูลเพื่อหลอกขายสินค้า ส่วนโพสต์กล่าวหาว่าบุคคลหนึ่งโกง ชู้ หรือทุจริต มีแก่นเป็นการทำลายชื่อเสียง ทั้งสองกรณีใช้ระบบคอมพิวเตอร์เหมือนกัน แต่ประโยชน์ที่กฎหมายคุ้มครองและฐานความผิดต่างกัน
| สถานการณ์ | ฐานที่ควรเริ่มตรวจ | เหตุผล |
|---|---|---|
| เว็บไซต์เสนอขายสินค้าปลอมเพื่อให้โอนเงิน | มาตรา 14 (1) และฉ้อโกง | มีข้อมูลเท็จเป็นเครื่องมือหลอกเอาประโยชน์ |
| โพสต์กล่าวหาบุคคลให้เสียชื่อเสียง | มาตรา 326 หรือ 328 | แก่นของความเสียหายคือชื่อเสียง และมาตรา 14 (1) ตัดหมิ่นประมาทออก |
| ส่งข้อมูลเท็จหลอกบุคคลเฉพาะราย | มาตรา 14 วรรคสองและฐานอื่น | ต้องตรวจการกระทำต่อบุคคล เจตนา และการร้องทุกข์ |
| ปล่อยข่าวเท็จให้สาธารณะตื่นตระหนก | มาตรา 14 (2) | เป็นผลกระทบสาธารณะอีกประเภทหนึ่ง |
จึงตอบคำถามยอดนิยมได้ว่า จำนวนผู้เห็นไม่ใช่ประเด็นเดียว ต้องดูด้วยว่าข้อมูลชนิดใด ใช้เพื่ออะไร และกฎหมายฐานใดถูกนำมาใช้
| ฎีกา | ข้อเท็จจริงที่เป็นแก่น | จุดที่ทำให้มาตรา 14 (1) ใช้ไม่ได้ |
|---|---|---|
| 2778/2561 | การเผยแพร่ข้อความหมิ่นประมาทบนเว็บไซต์ | การกระทำเดียวกันเป็นหมิ่นประมาท3 |
| 5764/2562 | นำข่าวเท็จลงเว็บไซต์ | ไม่ปรากฏเจตนาพิเศษโดยทุจริตหรือหลอกลวง4 |
| 2211/2566 | เว็บไซต์ขายสินค้าปลอม มีผู้พบเห็นรายเดียว | ไม่ถึงความเสียหายแก่ประชาชนตามวรรคหนึ่ง |
อ่านคำอธิบายรวมได้ที่ หมิ่นประมาทกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ต่างกันอย่างไร
การเก็บเพียงภาพหน้าจอของหน้าเว็บอาจยังไม่พอ ต้องรักษาข้อมูลประกอบที่บอกขอบเขตการเข้าถึงและลักษณะผู้รับสารด้วย — ดูแนวทางเก็บพยานหลักฐานดิจิทัลประกอบ
นักกฎหมายและที่ปรึกษาด้านคดีหมิ่นประมาท การสื่อสารออนไลน์ และการปกป้องชื่อเสียง แห่ง Eksiam Defamation Law (บริษัท เอกสยาม แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด) ทำงานทั้งฝั่งผู้เสียหายและฝั่งผู้ถูกกล่าวหา ตั้งแต่การตรวจข้อความก่อนเผยแพร่ การรักษาพยานหลักฐานดิจิทัล ไปจนถึงการเจรจาและการดำเนินคดี — อ่านประวัติฉบับเต็ม
ความต่างระหว่าง “ประชาชน” กับ “บุคคลใดบุคคลหนึ่ง” กระทบทั้งข้อหา อัตราโทษ การยอมความ อายุการร้องทุกข์ และพยานหลักฐาน หากคุณพบปัญหาลักษณะนี้ ให้ใช้บริการ Eksiam Defamation Law เพื่อให้เราตรวจคำโฆษณา หน้าเว็บ ข้อมูลผู้เข้าชม เส้นทางเงิน คำร้องทุกข์ และคำฟ้องก่อนดำเนินการ
บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยสำหรับข้อเท็จจริงเฉพาะคดี
โทร · +66 81 654 5922 · contact@eksiamlegal.com · แอดไลน์ปรึกษา
ปรึกษาได้ทันที · ตอบกลับเร็วที่สุด
ถูกโพสต์ประจาน รีวิวทำลายธุรกิจ หรือถูกใส่ความจนเสียชื่อเสียง — ทุกชั่วโมงที่ผ่านไปหลักฐานอาจถูกลบ และอายุความ 3 เดือนกำลังเดิน อย่ารอ
☎ โทรเลย 081 654 5922 — เริ่มปกป้องชื่อเสียงทันทีได้รับหมายเรียก ถูกทนายส่งโนติส หรือโพสต์ไปแล้วกลัวเป็นคดี — สิ่งที่พูดหรือทำใน 24 ชั่วโมงแรกชี้ชะตาคดี อย่าเพิ่งให้การหรือเจรจาเองก่อนคุยกับเรา
☎ โทรเลย 081 654 5922 — ประเมินทางรอดของคุณทันทีส่งรายละเอียดของเรื่องมาทางอีเมลได้โดยตรง แนบเอกสารประกอบได้ ไม่ต้องกรอกแบบฟอร์ม
contact@eksiamlegal.comจันทร์–ศุกร์ 09:00–18:00 · ข้อมูลของผู้ติดต่อเก็บเป็นความลับ