บริษัท เอกสยาม แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด +66 81 654 5922  ·  contact@eksiamlegal.com

หน้าแรก › คลังความรู้ › กระบวนการทางอาญา

ความผิดต่อส่วนตัว · ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2)

ยอมความคดีหมิ่นประมาท: ถอนแจ้งความได้ถึงเมื่อไหร่ ต้องทำอย่างไร และมีผลแค่ไหน

คดีหมิ่นประมาทจบได้ด้วยการตกลงกัน แต่ข้อตกลงที่เขียนไม่ชัดอาจทำให้ผู้เสียหายไม่ได้เงิน หรือผู้ต้องหาจ่ายเงินแล้วคดียังเดินต่อ บทความนี้อธิบายว่ายอมความได้ถึงเมื่อไหร่ ใครมีอำนาจ ข้อหาใดระงับ และข้อตกลงควรมีอะไรบ้าง

ดาวน์โหลดบทความฉบับ PDF
แชร์หน้านี้ LINE Facebook

ปรับปรุงล่าสุด

สาระสำคัญโดยสรุป

  • ความผิดในหมวดหมิ่นประมาทของประมวลกฎหมายอาญาเป็นความผิดอันยอมความได้ตามมาตรา 333 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเรียกความผิดประเภทนี้ว่าความผิดต่อส่วนตัว
  • การถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้อง หรือยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2)
  • ยอมความได้ทุกชั้นจนกว่าคดีถึงที่สุดตามมาตรา 35 วรรคสอง และถอนคำร้องทุกข์ได้เมื่อใดก็ได้ตามมาตรา 126
  • ข้อตกลงที่ให้ถอนคำร้องทุกข์ต่อเมื่อชำระเงินครบ ต่างจากข้อตกลงที่ระงับคดีทันที ถ้อยคำในข้อตกลงจึงเป็นตัวกำหนดว่าเมื่ออีกฝ่ายผิดนัด คดีอาญายังเดินต่อได้หรือไม่
  • ยอมความแล้วระงับเฉพาะข้อหาที่ยอมความได้ ข้อหาอื่นตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ยังสอบสวนและฟ้องต่อได้ตามมาตรา 126 วรรคสอง
  • ข้อตกลงที่มีการชำระค่าเสียหายเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดจึงฟ้องบังคับได้
  • ญี่ปุ่นให้ถอนคำร้องทุกข์ได้เฉพาะก่อนฟ้องคดี และถอนแล้วร้องทุกข์ใหม่ไม่ได้ ต่างจากไทยที่ยอมความได้จนคดีถึงที่สุด

คดีหมิ่นประมาทยอมความได้ เพราะประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 333 บัญญัติให้ความผิดในหมวดหมิ่นประมาทเป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้อง หรือทำข้อตกลงยอมความได้ทุกชั้นจนกว่าคดีถึงที่สุด เมื่อทำโดยถูกต้องตามกฎหมาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) แต่ระงับเฉพาะข้อหาที่ยอมความได้ และผลต่อค่าเสียหายทางแพ่งขึ้นกับถ้อยคำในข้อตกลง

สารบัญ
  1. ยอมความคืออะไร และทำไมคดีหมิ่นประมาทยอมความได้
  2. ยอมความหรือถอนแจ้งความได้ถึงเมื่อไหร่
  3. ใครมีอำนาจยอมความ
  4. ยอมความแบบมีเงื่อนไข และเมื่ออีกฝ่ายไม่ทำตามข้อตกลง
  5. ยอมความแล้ว ข้อหาใดระงับ ข้อหาใดยังเดินต่อ
  6. ข้อตกลงยอมความกับสัญญาประนีประนอมยอมความทางแพ่ง
  7. ข้อที่ควรมีในหนังสือยอมความคดีหมิ่นประมาทออนไลน์
  8. กฎหมายเปรียบเทียบ ญี่ปุ่น
  9. นิติเศรษฐศาสตร์และความรู้ข้ามศาสตร์ว่าด้วยการยอมความ
  10. คำถามที่พบบ่อย

ยอมความคืออะไร และทำไมคดีหมิ่นประมาทยอมความได้

การยอมความในคดีอาญา คือการที่ผู้เสียหายตกลงระงับคดีกับผู้กระทำความผิด ทำได้เฉพาะความผิดอันยอมความได้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 333 บัญญัติให้ความผิดในหมวดหมิ่นประมาทเป็นความผิดอันยอมความได้ เมื่อยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2)

มาตรา 333 วรรคหนึ่งบัญญัติว่า “ความผิดในหมวดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้”1 หมวดนี้ครอบคลุมทั้งหมิ่นประมาทตามมาตรา 326 และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามมาตรา 3282 ซึ่งเป็นข้อหาของโพสต์ ข้อความในกลุ่มไลน์ และคลิปบนสื่อสังคมออนไลน์เกือบทุกคดี

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาใช้คำว่า “ความผิดต่อส่วนตัว” และวางผลไว้ที่มาตรา 39 ว่าสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป “ในคดีความผิดต่อส่วนตัว เมื่อได้ถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้องหรือยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย”3 วิธียุติคดีจึงมีสามรูป ได้แก่ ถอนคำร้องทุกข์ในชั้นสอบสวน ถอนฟ้องเมื่อคดีอยู่ในศาล และทำข้อตกลงยอมความ ทั้งสามรูปให้ผลเดียวกันคือสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป

ศาลฎีกาใช้สองมาตรานี้ประกอบกันในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 262/2565 ซึ่งวินิจฉัยว่าความผิดฐานหมิ่นประมาทตามมาตรา 326 บัญญัติอยู่ในหมวดความผิดฐานหมิ่นประมาท จึงเป็นความผิดต่อส่วนตัวซึ่งยอมความกันได้4 เหตุที่กฎหมายเปิดให้ยอมความ คือคดีหมิ่นประมาทกระทบประโยชน์ของผู้เสียหายเป็นหลัก กฎหมายจึงให้ผู้เสียหายเป็นผู้ตัดสินว่าจะให้รัฐดำเนินคดีต่อหรือไม่ ผลอีกด้านของหลักเดียวกันคืออายุความร้องทุกข์สามเดือนตามมาตรา 965 ซึ่งอธิบายไว้ในบทความ ถูกหมิ่นประมาทออนไลน์ แจ้งความได้ไหม และต้องแจ้งภายในกี่เดือน

ยอมความหรือถอนแจ้งความได้ถึงเมื่อไหร่

คดีหมิ่นประมาทยอมความได้ทุกชั้นจนกว่าคดีถึงที่สุด ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35 วรรคสองบัญญัติว่าคดีความผิดต่อส่วนตัวจะถอนฟ้องหรือยอมความในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดก็ได้ ส่วนคำร้องทุกข์หรือที่เรียกกันว่าใบแจ้งความ ผู้ร้องทุกข์ถอนได้เมื่อใดก็ได้ตามมาตรา 126

มาตรา 35 วรรคสองบัญญัติว่า “คดีความผิดต่อส่วนตัวนั้น จะถอนฟ้องหรือยอมความในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดก็ได้ แต่ถ้าจำเลยคัดค้าน ให้ศาลยกคำร้องขอถอนฟ้องนั้นเสีย”6 และมาตรา 126 วรรคหนึ่งบัญญัติว่า “ผู้ร้องทุกข์จะแก้คำร้องทุกข์ระยะใด หรือจะถอนคำร้องทุกข์เสียเมื่อใดก็ได้”7

เมื่อเรียงตามขั้นของคดี ช่วงเวลาที่ยอมความได้มีดังนี้

ชั้นของคดีรูปแบบที่ใช้ผล
ชั้นสอบสวนผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน หรือยื่นหนังสือยอมความสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับในข้อหาที่ยอมความได้
ชั้นพนักงานอัยการถอนคำร้องทุกข์หรือยื่นหนังสือยอมความฟ้องคดีในข้อหาที่ยอมความได้ไม่ได้
ศาลชั้นต้น อุทธรณ์ และฎีกาโจทก์ถอนฟ้อง หรือผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ หรือคู่ความแถลงต่อศาลว่ายอมความแล้วศาลจำหน่ายคดีในข้อหาที่ยอมความได้ ถ้าจำเลยคัดค้านการถอนฟ้อง ศาลยกคำร้องขอถอนฟ้องตามมาตรา 35 วรรคสอง
หลังคดีถึงที่สุดไม่มียอมความไม่ได้แล้ว เพราะมาตรา 35 ใช้กับเวลา “ก่อนคดีถึงที่สุด”

ในทางปฏิบัติ ยิ่งยอมความเร็ว ต้นทุนของทั้งสองฝ่ายยิ่งต่ำ เพราะยังไม่เกิดค่าทนายความในชั้นศาล ผู้ต้องหายังไม่ถูกฟ้องเป็นจำเลย และข้อความที่เป็นต้นเหตุยังไม่ถูกเผยแพร่ซ้ำผ่านการพิจารณาคดีในศาล

ใครมีอำนาจยอมความ

ผู้มีอำนาจยอมความคือผู้เสียหายในความผิดฐานหมิ่นประมาท ถ้าผู้เสียหายตายก่อนร้องทุกข์ มาตรา 333 วรรคสองให้บิดา มารดา คู่สมรสหรือบุตร ร้องทุกข์ได้และให้ถือว่าเป็นผู้เสียหาย ในคดีที่มีผู้เสียหายหลายคน แต่ละคนมีสิทธิของตนแยกกัน

มาตรา 333 วรรคสองบัญญัติว่า “ถ้าผู้เสียหายในความผิดฐานหมิ่นประมาทตายเสียก่อนร้องทุกข์ ให้บิดา มารดา คู่สมรสหรือบุตรของผู้เสียหายร้องทุกข์ได้ และให้ถือว่าเป็นผู้เสียหาย” (ตัวบทเต็มในเชิงอรรถที่ 1) ในคดีที่มีผู้เสียหายหลายคน เช่น โพสต์เดียวใส่ความคนสามคน ผู้เสียหายแต่ละคนมีสิทธิร้องทุกข์ของตน การยอมความกับผู้เสียหายคนหนึ่งจึงไม่ทำให้คดีของผู้เสียหายคนอื่นระงับ

เมื่อผู้เสียหายเป็นนิติบุคคล เช่น บริษัทที่ถูกรีวิวว่าโกงลูกค้า ผู้ลงนามในหนังสือยอมความควรเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทตามหนังสือรับรอง หรือผู้รับมอบอำนาจที่หนังสือมอบอำนาจระบุอำนาจยอมความและถอนคำร้องทุกข์ไว้ชัดแจ้ง ฝ่ายผู้ต้องหาควรขอดูเอกสารทั้งสองก่อนชำระเงิน เพื่อไม่ให้เกิดข้อโต้แย้งภายหลังว่าผู้ลงนามไม่มีอำนาจ

ยอมความแบบมีเงื่อนไข และเมื่ออีกฝ่ายไม่ทำตามข้อตกลง

ข้อตกลงที่ผู้เสียหายรับจะถอนคำร้องทุกข์ต่อเมื่อได้รับเงินครบหรือเมื่อมีการลบโพสต์ ต่างจากข้อตกลงที่ระงับคดีทันทีแล้วเหลือเพียงหนี้เงิน มาตรา 39 (2) ให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับเมื่อได้ถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้อง หรือยอมความกันแล้ว ผลเมื่ออีกฝ่ายผิดนัดจึงขึ้นกับว่าข้อตกลงนั้นระงับคดีไปแล้วหรือเพียงสัญญาว่าจะระงับในภายหลัง

ข้อตกลงยอมความคดีหมิ่นประมาทออนไลน์ที่พบบ่อยมีสองแบบ แบบที่หนึ่ง ผู้เสียหายตกลงระงับคดีอาญาทันทีที่ลงนาม และผู้ต้องหารับจะชำระเงินภายหลัง ถ้าผู้ต้องหาผิดนัด ผู้เสียหายฟ้องเรียกเงินตามสัญญาได้ แต่นำคดีอาญากลับมาดำเนินใหม่ไม่ได้ เพราะสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปแล้วตามมาตรา 39 (2) แบบที่สอง ผู้เสียหายรับว่าจะถอนคำร้องทุกข์เมื่อได้รับเงินงวดสุดท้าย ระหว่างนั้นคำร้องทุกข์ยังคงอยู่ ถ้าผู้ต้องหาไม่ชำระ ผู้เสียหายไม่ถอน และคดีเดินต่อตามปกติ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 262/2565 เป็นตัวอย่างของข้อตกลงแบบที่สอง บันทึกการไกล่เกลี่ยยอมความในคดีนั้นกำหนดให้จำเลยเปลี่ยนตัวผู้ค้ำประกันเงินกู้ของจำเลยจากโจทก์เป็นบุคคลอื่นภายในเดือนเมษายน 2560 และระบุว่าหากจำเลยไม่ทำ โจทก์จะดำเนินคดีหมิ่นประมาทภายในอายุความ เมื่อจำเลยยังไม่ได้เปลี่ยนตัวผู้ค้ำประกัน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ายังถือไม่ได้ว่าเป็นการยอมความตามกฎหมายอันจะทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามมาตรา 39 (2)4

การแยกสองแบบนี้ดูจากถ้อยคำในข้อตกลงและเจตนาของคู่กรณี ถ้อยคำที่ทำให้เกิดข้อพิพาทบ่อยคือ “ผู้เสียหายจะไม่ติดใจดำเนินคดี” โดยไม่ระบุว่าตั้งแต่เมื่อใด ฝ่ายผู้เสียหายที่ต้องการหลักประกันการชำระเงิน ควรเขียนให้ชัดว่าการถอนคำร้องทุกข์จะทำเมื่อได้รับเงินงวดสุดท้าย ฝ่ายผู้ต้องหาที่ต้องการให้คดีจบทันที ควรนัดชำระเงินและยื่นคำขอถอนคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในวันเดียวกัน

เรื่องเวลาต้องระวังอีกชั้นหนึ่ง ถ้าผู้เสียหายยังไม่ได้ร้องทุกข์ และตกลงกันว่าจะไม่ร้องทุกข์หากได้รับเงิน เมื่อผู้ต้องหาผิดนัดหลังพ้นสามเดือนนับแต่ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำ คดีขาดอายุความตามมาตรา 96 แล้ว ผู้เสียหายจึงควรร้องทุกข์ไว้ก่อนภายในอายุความ แล้วจึงเจรจายอมความ

ยอมความแล้ว ข้อหาใดระงับ ข้อหาใดยังเดินต่อ

การยอมความระงับเฉพาะข้อหาที่เป็นความผิดต่อส่วนตัว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 126 วรรคสองบัญญัติว่าในคดีที่มิใช่ความผิดต่อส่วนตัว การถอนคำร้องทุกข์ไม่ตัดอำนาจพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ ข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่มักตั้งคู่กับคดีหมิ่นประมาทและยอมความได้ คือมาตรา 14 วรรคสอง และมาตรา 16 วรรคหนึ่งและวรรคสอง

มาตรา 126 วรรคสองบัญญัติว่า “ในคดีซึ่งมิใช่ความผิดต่อส่วนตัว การถอนคำร้องทุกข์เช่นนั้นย่อมไม่ตัดอำนาจพนักงานสอบสวนที่จะสอบสวนหรือพนักงานอัยการที่จะฟ้องคดีนั้น” คดีหมิ่นประมาทออนไลน์มักมีข้อหาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ควบคู่ ข้อหาที่ยอมความได้ในพระราชบัญญัตินั้นที่เกี่ยวกับคดีประเภทนี้มีสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือมาตรา 14 วรรคสอง เมื่อการนำเข้าข้อมูลตามวรรคหนึ่ง (1) “มิได้กระทำต่อประชาชน แต่เป็นการกระทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง”8 กลุ่มที่สองคือมาตรา 16 เรื่องภาพตัดต่อ ซึ่งวรรคสี่บัญญัติว่า “ความผิดตามวรรคหนึ่งและวรรคสองเป็นความผิดอันยอมความได้”9 รายละเอียดเรื่องภาพตัดต่ออยู่ในบทความ ภาพตัดต่อ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 16

ข้อหาอื่น เช่น มาตรา 14 (2) ข้อมูลเท็จที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความปลอดภัยสาธารณะ หรือมาตรา 14 (4) ข้อมูลที่มีลักษณะอันลามก ไม่ระงับไปด้วยการยอมความ การประเมินผลของการยอมความจึงต้องทำรายข้อหา โดยดูจากบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวน รายละเอียดเรื่องการแยกข้อหาอยู่ในบทความ หมิ่นประมาทกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ ถูกแจ้งความหมิ่นประมาทออนไลน์ สิทธิผู้ต้องหาและข้อต่อสู้

ข้อตกลงยอมความกับสัญญาประนีประนอมยอมความทางแพ่ง

ข้อตกลงที่ผู้ต้องหารับชำระค่าเสียหายแลกกับการที่ผู้เสียหายระงับคดี เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดจึงฟ้องบังคับได้ตามมาตรา 851 และทำให้สิทธิเรียกร้องที่แต่ละฝ่ายยอมสละระงับไปตามมาตรา 852

มาตรา 850 นิยามว่า “อันว่าประนีประนอมยอมความนั้น คือสัญญาซึ่งผู้เป็นคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน”10 มาตรา 851 กำหนดว่าถ้า “มิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด หรือลายมือชื่อตัวแทนของฝ่ายนั้นเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่”11 และมาตรา 852 วางผลว่าสัญญานี้ “ย่อมทำให้การเรียกร้องซึ่งแต่ละฝ่ายได้ยอมสละนั้นระงับสิ้นไป และทำให้แต่ละฝ่ายได้สิทธิตามที่แสดงในสัญญานั้นว่าเป็นของตน”12

ผลในทางปฏิบัติมีสองประการ ประการที่หนึ่ง ถ้าหนังสือยอมความเขียนว่าผู้เสียหาย “ไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ อีก” สิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนทางแพ่งจากการหมิ่นประมาท เช่น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423 เป็นสิทธิที่ยอมสละ จึงระงับไปตามมาตรา 852 ประการที่สอง ถ้าหนังสือเขียนเฉพาะการถอนคำร้องทุกข์ โดยไม่กล่าวถึงค่าเสียหายทางแพ่ง ผู้เสียหายอาจยังฟ้องคดีแพ่งได้ ฝ่ายผู้ต้องหาที่ต้องการให้ข้อพิพาทจบทั้งหมดจึงควรให้หนังสือครอบทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง การคำนวณค่าเสียหายทางแพ่งอธิบายไว้ในบทความ ค่าเสียหายในคดีหมิ่นประมาท

ข้อที่ควรมีในหนังสือยอมความคดีหมิ่นประมาทออนไลน์

หนังสือยอมความคดีหมิ่นประมาทออนไลน์ควรระบุตัวคู่กรณีและผู้มีอำนาจลงนาม ข้อความหรือโพสต์ที่เป็นต้นเหตุ ข้อหาทุกข้อที่ระงับ เงื่อนไขการลบโพสต์และการขอโทษ จำนวนเงินและกำหนดชำระ เวลาที่ถอนคำร้องทุกข์ และขอบเขตการสละสิทธิทางแพ่ง

  1. คู่กรณีและอำนาจลงนาม ชื่อ เลขประจำตัว และเอกสารแสดงอำนาจของผู้ลงนามแทนนิติบุคคล
  2. ข้อความที่เป็นต้นเหตุ ลิงก์ วันที่ และช่องทางของโพสต์ทุกโพสต์ รวมถึงโพสต์ที่ผู้อื่นแชร์ต่อ ถ้าตกลงให้ครอบด้วย
  3. ข้อหาที่ระงับ เลขคดีของพนักงานสอบสวนหรือศาล และมาตราของทุกข้อหาที่ยอมความได้
  4. การลบและการขอโทษ ถ้อยคำขอโทษ ช่องทาง ระยะเวลาที่ต้องคงไว้ และกำหนดเวลาลบโพสต์
  5. เงินและกำหนดชำระ จำนวน งวด บัญชีรับเงิน และผลเมื่อผิดนัด
  6. เวลาถอนคำร้องทุกข์หรือถอนฟ้อง ระบุว่าทำทันทีที่ลงนามหรือเมื่อเงื่อนไขใดสำเร็จ ตามหัวข้อ ยอมความแบบมีเงื่อนไข
  7. ขอบเขตการสละสิทธิ คดีอาญา คดีแพ่ง หรือทั้งสองอย่าง
  8. ข้อห้ามโพสต์ซ้ำ ทั้งสองฝ่ายงดเผยแพร่ข้อความเกี่ยวกับอีกฝ่ายในเรื่องเดียวกัน

กฎหมายเปรียบเทียบ ญี่ปุ่น

ประมวลกฎหมายอาญาญี่ปุ่น มาตรา 232 ให้ฟ้องคดีความผิดในหมวดทำลายชื่อเสียงได้ต่อเมื่อมีคำร้องทุกข์ เช่นเดียวกับไทย แต่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาญี่ปุ่น มาตรา 237 ให้ถอนคำร้องทุกข์ได้เฉพาะก่อนมีการฟ้องคดี และผู้ที่ถอนแล้วร้องทุกข์ใหม่ไม่ได้ ช่วงเวลายอมความของไทยจึงกว้างกว่าญี่ปุ่นมาก

ประมวลกฎหมายอาญาญี่ปุ่น มาตรา 232 วรรคหนึ่งบัญญัติว่าความผิดในหมวดนี้ จะฟ้องคดีอาญาได้ต่อเมื่อมีคำร้องทุกข์13 หลักนี้ใกล้กับมาตรา 333 ของไทย ความต่างอยู่ที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาญี่ปุ่น มาตรา 237 ซึ่งวรรคหนึ่งกำหนดว่าคำร้องทุกข์ถอนได้จนกว่าจะมีการฟ้องคดีอาญา และวรรคสองกำหนดว่าผู้ที่ถอนคำร้องทุกข์แล้วจะร้องทุกข์อีกไม่ได้14

ผลต่างในทางปฏิบัติมีสองประการ ประการที่หนึ่ง ในญี่ปุ่น เมื่อพนักงานอัยการฟ้องแล้ว การถอนคำร้องทุกข์ไม่ทำให้คดีอาญาจบ แต่ในไทยยอมความได้จนคดีถึงที่สุด แรงจูงใจให้เจรจาจึงคงอยู่ตลอดคดี ประการที่สอง กฎหมายญี่ปุ่นห้ามร้องทุกข์ซ้ำหลังถอนไว้โดยตรง ส่วนในไทย ผลของมาตรา 39 (2) คือเมื่อถอนคำร้องทุกข์หรือยอมความโดยถูกต้องแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป ผู้เสียหายที่คิดจะใช้การถอนคำร้องทุกข์เป็นเครื่องต่อรองจึงควรเข้าใจว่าเมื่อถอนแล้ว คดีในข้อหาที่ยอมความได้จบลง

นิติเศรษฐศาสตร์และความรู้ข้ามศาสตร์ว่าด้วยการยอมความ

ทฤษฎีการต่อรองในเงาของกฎหมายอธิบายว่าคู่กรณีตกลงกันโดยคาดการณ์ผลคดีหากไปถึงศาล กฎเรื่องความผิดต่อส่วนตัวให้ผู้เสียหายถือสิทธิระงับคดีอาญา จึงเพิ่มอำนาจต่อรองของผู้เสียหาย และช่วงเวลาที่ยอมความได้จนคดีถึงที่สุดทำให้การเจรจาเปิดอยู่ทุกชั้น

Mnookin และ Kornhauser เสนอในปี ค.ศ. 1979 ว่ากฎหมายทำหน้าที่เป็นจุดอ้างอิงของการต่อรอง คู่กรณีไม่ได้ต่อรองในสุญญากาศ แต่ต่อรองโดยคาดว่าถ้าไม่ตกลงกัน ศาลจะตัดสินอย่างไร15 ในคดีหมิ่นประมาทไทย จุดอ้างอิงนี้มีสองส่วน คือความเสี่ยงโทษอาญาตามมาตรา 326 หรือ 328 ซึ่งตกกับผู้ต้องหา และต้นทุนเวลากับการที่เรื่องราวถูกพูดถึงซ้ำซึ่งตกกับผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายถือสิทธิระงับคดีอาญาไว้ฝ่ายเดียว ราคาของการยอมความจึงสะท้อนความเสี่ยงโทษอาญาด้วย ไม่ใช่เฉพาะความเสียหายทางแพ่ง

Priest และ Klein อธิบายในปี ค.ศ. 1984 ว่าคดีที่ไปถึงคำพิพากษาไม่ใช่ตัวแทนของข้อพิพาททั้งหมด เพราะข้อพิพาทที่คู่กรณีคาดผลได้ใกล้เคียงกันมักตกลงกันได้ก่อน16 ข้อนี้ช่วยอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเรื่องหมิ่นประมาท คำพิพากษาที่เผยแพร่มักเป็นคดีที่ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายก้ำกึ่ง ไม่ได้บอกว่าคดีหมิ่นประมาทส่วนใหญ่จบอย่างไร

ในทางจิตวิทยาการเจรจา Robbennolt ทดลองให้ผู้ร่วมการทดลองประเมินข้อเสนอให้ยุติข้อพิพาท และพบว่าคำขอโทษอาจช่วยให้โอกาสตกลงกันดีขึ้น แต่ผลขึ้นกับลักษณะของคำขอโทษ คำขอโทษที่ยอมรับความผิดเต็มที่กับคำขอโทษที่เพียงแสดงความเห็นใจให้ผลต่างกัน17 ในคดีหมิ่นประมาท ความเสียหายหลักคือชื่อเสียง คำขอโทษในช่องทางเดียวกับโพสต์เดิมจึงเป็นเงื่อนไขที่ควรพิจารณาคู่กับเงิน

เอกสยาม ชัยศร และทีมงานของบริษัท เอกสยาม แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด ให้คำปรึกษาทั้งฝ่ายผู้เสียหายและฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาในการเจรจาและร่างหนังสือยอมความคดีหมิ่นประมาท โดยตรวจข้อหาที่แจ้งไว้ทุกข้อก่อนกำหนดถ้อยคำ

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการยอมความคดีหมิ่นประมาท ได้แก่ ช่วงเวลาที่ยอมความได้ การถอนแจ้งความ การผิดนัดหลังยอมความ ผลต่อข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ผลต่อคดีแพ่ง และแบบของหนังสือยอมความ คำตอบอ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 333 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35 39 และ 126 และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 ถึง 852 ที่ตรวจกับฐานข้อมูลทางการแล้ว

คดีหมิ่นประมาทยอมความได้ถึงเมื่อไหร่
ได้จนกว่าคดีถึงที่สุด ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35 วรรคสองบัญญัติว่าคดีความผิดต่อส่วนตัวจะถอนฟ้องหรือยอมความในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดก็ได้ จึงยอมความได้ทั้งชั้นสอบสวน ชั้นอัยการ ศาลชั้นต้น อุทธรณ์ และฎีกา
ถอนแจ้งความหมิ่นประมาทได้ไหม
ได้ ผู้ร้องทุกข์ถอนคำร้องทุกข์ได้เมื่อใดก็ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 126 วรรคหนึ่ง และเมื่อถอนในคดีความผิดต่อส่วนตัว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามมาตรา 39 (2) แต่ข้อหาที่ไม่ใช่ความผิดต่อส่วนตัวยังสอบสวนและฟ้องต่อได้ตามมาตรา 126 วรรคสอง
ยอมความแล้ว แต่อีกฝ่ายไม่จ่ายเงินตามที่ตกลง ทำอย่างไร
ขึ้นอยู่กับถ้อยคำในข้อตกลง ถ้าข้อตกลงระงับคดีทันทีที่ลงนาม สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปแล้ว ผู้เสียหายฟ้องเรียกเงินตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้ ถ้าข้อตกลงกำหนดว่าจะถอนคำร้องทุกข์เมื่อได้รับเงินครบ และยังไม่ได้ถอน คำร้องทุกข์ยังคงอยู่และคดีเดินต่อได้
ยอมความคดีหมิ่นประมาทแล้ว ข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ระงับไปด้วยหรือไม่
ระงับเฉพาะข้อหาที่ยอมความได้ เช่น มาตรา 14 วรรคสอง และมาตรา 16 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ข้อหาอื่นยังสอบสวนและฟ้องต่อได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 126 วรรคสอง
ยอมความในคดีอาญาแล้ว ยังฟ้องค่าเสียหายทางแพ่งได้หรือไม่
ขึ้นอยู่กับขอบเขตของข้อตกลง ถ้าหนังสือยอมความระบุว่าไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ อีก สิทธิเรียกร้องทางแพ่งที่ยอมสละระงับไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852 ถ้าหนังสือกล่าวเฉพาะการถอนคำร้องทุกข์ ผู้เสียหายอาจยังฟ้องคดีแพ่งได้
หนังสือยอมความคดีหมิ่นประมาทต้องทำเป็นหนังสือหรือไม่
ข้อตกลงที่มีการชำระเงินเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 851 กำหนดว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดหรือตัวแทนจึงฟ้องบังคับได้ จึงควรทำเป็นหนังสือทุกกรณี
※เชิงอรรถ · ตัวบทกฎหมายและคำพิพากษาที่อ้างอิง
  1. ↩ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๓ “ความผิดในหมวดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ ถ้าผู้เสียหายในความผิดฐานหมิ่นประมาทตายเสียก่อนร้องทุกข์ ให้บิดา มารดา คู่สมรสหรือบุตรของผู้เสียหายร้องทุกข์ได้ และให้ถือว่าเป็นผู้เสียหาย” (ตรวจคำต่อคำกับฐานข้อมูลกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฉบับปรับปรุงล่าสุด 22 ตุลาคม 2569)
  2. ↩ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ “ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” และมาตรา ๓๒๘ “ถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท” (ตรวจคำต่อคำกับฐานข้อมูลกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฉบับปรับปรุงล่าสุด 22 ตุลาคม 2569)
  3. ↩ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ “สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปดังต่อไปนี้ (๑) โดยความตายของผู้กระทำผิด (๒) ในคดีความผิดต่อส่วนตัว เมื่อได้ถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้องหรือยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย ...” (ยกเฉพาะอนุมาตรา (๑) และ (๒)) (ตรวจคำต่อคำกับฐานข้อมูลกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฉบับปรับปรุงล่าสุด 22 ตุลาคม 2569)
  4. ↩ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 262/2565 (ป.อ. มาตรา 326, 333 วรรคหนึ่ง · ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2)) ย่อคำพิพากษาตามที่ฐานข้อมูลแสดง: “ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 บัญญัติว่า "สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปดังต่อไปนี้...(2) ในคดีความผิดต่อส่วนตัว เมื่อได้ถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้องหรือยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย...." และตาม ป.อ. มาตรา 333 วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติอยู่ในหมวดความผิดฐานหมิ่นประมาทว่า "ความผิดในหมวดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้..." ดังนั้น ความผิดฐานหมิ่นประมาทตาม ป.อ. มาตรา 326 ซึ่งบัญญัติอยู่ในหมวดความผิดฐานหมิ่นประมาท ที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ จึงเป็นความผิดต่อส่วนตัวซึ่งยอมความกันได้ ...” และในส่วนเงื่อนไขของบันทึกการไกล่เกลี่ยยอมความ “...แสดงให้เห็นว่าโจทก์ไม่ได้มีเจตนาจะสละสิทธิในการดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยในทันที ... กรณีจึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นการยอมความตามกฎหมาย อันจะทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องเป็นอันระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2)” (ฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกา deka.supremecourt.or.th ตรวจเมื่อ 4 ตุลาคม 2569 และตรวจซ้ำ 23 ตุลาคม 2569)
  5. ↩ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๖ “ภายใต้บังคับมาตรา ๙๕ ในกรณีความผิดอันยอมความได้ ถ้าผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด เป็นอันขาดอายุความ” (ตรวจคำต่อคำกับฐานข้อมูลกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฉบับปรับปรุงล่าสุด 22 ตุลาคม 2569)
  6. ↩ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๕ “คำร้องขอถอนฟ้องคดีอาญาจะยื่นเวลาใดก่อนมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้นก็ได้ ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตหรือมิอนุญาตให้ถอนก็ได้ แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควรประการใด ถ้าคำร้องนั้นได้ยื่นในภายหลังเมื่อจำเลยให้การแก้คดีแล้ว ให้ถามจำเลยว่าจะคัดค้านหรือไม่ แล้วให้ศาลจดคำแถลงของจำเลยไว้ ในกรณีที่จำเลยคัดค้านการถอนฟ้อง ให้ศาลยกคำร้องขอถอนฟ้องนั้นเสีย” วรรคสอง “คดีความผิดต่อส่วนตัวนั้น จะถอนฟ้องหรือยอมความในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดก็ได้ แต่ถ้าจำเลยคัดค้าน ให้ศาลยกคำร้องขอถอนฟ้องนั้นเสีย” (ตรวจคำต่อคำกับฐานข้อมูลกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฉบับปรับปรุงล่าสุด 22 ตุลาคม 2569)
  7. ↩ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๒๖ “ผู้ร้องทุกข์จะแก้คำร้องทุกข์ระยะใด หรือจะถอนคำร้องทุกข์เสียเมื่อใดก็ได้” วรรคสอง “ในคดีซึ่งมิใช่ความผิดต่อส่วนตัว การถอนคำร้องทุกข์เช่นนั้นย่อมไม่ตัดอำนาจพนักงานสอบสวนที่จะสอบสวนหรือพนักงานอัยการที่จะฟ้องคดีนั้น” (ตรวจคำต่อคำกับฐานข้อมูลกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฉบับปรับปรุงล่าสุด 22 ตุลาคม 2569)
  8. ↩ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๔ วรรคสอง “ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง (๑) มิได้กระทำต่อประชาชน แต่เป็นการกระทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ผู้กระทำ ผู้เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้เป็นความผิดอันยอมความได้” (มาตรา ๑๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐) (ตรวจคำต่อคำกับฐานข้อมูลกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฉบับปรับปรุงล่าสุด 22 ตุลาคม 2569)
  9. ↩ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๖ วรรคสี่ “ความผิดตามวรรคหนึ่งและวรรคสองเป็นความผิดอันยอมความได้” (ตรวจคำต่อคำกับฐานข้อมูลกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฉบับปรับปรุงล่าสุด 22 ตุลาคม 2569)
  10. ↩ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๕๐ “อันว่าประนีประนอมยอมความนั้น คือสัญญาซึ่งผู้เป็นคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน” (ตรวจคำต่อคำกับฐานข้อมูลกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฉบับปรับปรุงล่าสุด 22 ตุลาคม 2569)
  11. ↩ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๕๑ “อันสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด หรือลายมือชื่อตัวแทนของฝ่ายนั้นเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่” (ตรวจคำต่อคำกับฐานข้อมูลกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฉบับปรับปรุงล่าสุด 22 ตุลาคม 2569)
  12. ↩ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๕๒ “ผลของสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ย่อมทำให้การเรียกร้องซึ่งแต่ละฝ่ายได้ยอมสละนั้นระงับสิ้นไป และทำให้แต่ละฝ่ายได้สิทธิตามที่แสดงในสัญญานั้นว่าเป็นของตน” (ตรวจคำต่อคำกับฐานข้อมูลกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฉบับปรับปรุงล่าสุด 22 ตุลาคม 2569)
  13. ↩ 刑法 第二百三十二条第一項「この章の罪は、告訴がなければ公訴を提起することができない。」 (laws.e-gov.go.jp ตรวจเมื่อ 24 กันยายน 2569) (คำแปลโดยผู้เขียน: ความผิดในหมวดนี้ จะฟ้องคดีอาญาได้ต่อเมื่อมีคำร้องทุกข์)
  14. ↩ 刑事訴訟法 第二百三十七条第一項「告訴は、公訴の提起があるまでこれを取り消すことができる。」 第二項「告訴の取消をした者は、更に告訴をすることができない。」 (ถ้อยคำตามเอกสารของกระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่น moj.go.jp/content/001179440.pdf ตรวจเมื่อ 22 ตุลาคม 2569 · e-Gov 法令検索 ปิดปรับปรุงระบบในวันตรวจ) (คำแปลโดยผู้เขียน: คำร้องทุกข์ถอนได้จนกว่าจะมีการฟ้องคดีอาญา ผู้ที่ถอนคำร้องทุกข์แล้วจะร้องทุกข์อีกไม่ได้)
  15. ↩ Robert H. Mnookin and Lewis Kornhauser, “Bargaining in the Shadow of the Law: The Case of Divorce,” Yale Law Journal 88 (1979): 950.
  16. ↩ George L. Priest and Benjamin Klein, “The Selection of Disputes for Litigation,” Journal of Legal Studies 13, no. 1 (1984): 1.
  17. ↩ Jennifer K. Robbennolt, “Apologies and Legal Settlement: An Empirical Examination,” Michigan Law Review 102, no. 3 (2003): 460. (อ่านบทคัดย่อจาก repository.law.umich.edu/mlr/vol102/iss3/3)

ตัวบทประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 และ 333 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35 39 และ 126 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 ถึง 852 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 16 ตรวจคำต่อคำกับฐานข้อมูลกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (searchlaw.ocs.go.th) ฉบับปรับปรุงล่าสุด เมื่อ 22 ตุลาคม 2569 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 328 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ตรวจเมื่อ 4 ตุลาคม 2569 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 262/2565 ตรวจกับฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกา (deka.supremecourt.or.th) เมื่อ 4 ตุลาคม 2569 และตรวจซ้ำ 23 ตุลาคม 2569 ตัวบทญี่ปุ่นมาตรา 232 อ่านจาก e-Gov 法令検索 มาตรา 237 อ่านจากเอกสารของกระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่น งานวิชาการตรวจข้อมูลบรรณานุกรมกับหน้าวารสารและคลังผลงานของสถาบัน ข้อความต่างประเทศที่เป็นคำแปลในเนื้อความเป็นคำแปลโดยผู้เขียน ไม่ใช่คำแปลทางการ

→อ่านต่อ · Related
ขอรับคำปรึกษาเฉพาะกรณีของท่าน →

โทร · +66 81 654 5922  ·  contact@eksiamlegal.com  ·  แอดไลน์ปรึกษา

แชร์หน้านี้ LINE Facebook

ปรึกษาได้ทันที · ตอบกลับเร็วที่สุด

ไม่ว่าท่านอยู่ฝ่ายใดของคดีหมิ่นประมาท เราพร้อมรับฟังและช่วยประเมินแนวทาง

ท่านถูกใส่ความหรือถูกหมิ่นประมาท?

หากมีโพสต์ รีวิว หรือข้อความที่ทำให้ท่านหรือธุรกิจเสียชื่อเสียง ควรเก็บหลักฐานไว้ก่อนข้อความจะถูกแก้ไขหรือลบ และโปรดทราบว่าความผิดฐานหมิ่นประมาทต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด

☎ โทรปรึกษา 081 654 5922

ท่านถูกแจ้งความ ถูกฟ้อง หรือกังวลเรื่องข้อความที่โพสต์ไปแล้ว?

หากได้รับหมายเรียก หนังสือบอกกล่าว หรือกังวลว่าข้อความที่โพสต์ไปแล้วอาจเป็นคดี การทบทวนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานก่อนให้การหรือเจรจา จะช่วยให้ท่านเห็นทางเลือกได้ครบถ้วน

☎ โทรปรึกษา 081 654 5922

ติดต่อสำนักงาน

ส่งรายละเอียดของเรื่องมาทางอีเมลได้โดยตรง แนบเอกสารประกอบได้ ไม่ต้องกรอกแบบฟอร์ม

contact@eksiamlegal.com

จันทร์–ศุกร์ 09:00–18:00 · ข้อมูลของผู้ติดต่อเก็บเป็นความลับ

โทรปรึกษา ส่งเรื่อง