หน้าแรก › คลังความรู้ › พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ · ภาพตัดต่อและภาพ Deepfakeภาพของผู้อื่นที่ถูกตัดต่อ เติม ดัดแปลง หรือสร้างขึ้นใหม่ด้วยโปรแกรม มีบทบัญญัติเฉพาะใน พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 16 แยกจากความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา และมีโทษสูงกว่า
ดาวน์โหลดบทความฉบับ PDFปรับปรุงล่าสุด
สาระสำคัญโดยสรุป
การตัดต่อ เติม ดัดแปลง หรือสร้างภาพของผู้อื่นแล้วโพสต์ในเฟซบุ๊ก ไลน์ หรือเว็บไซต์ที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 16 เมื่อภาพนั้นน่าจะทำให้ผู้อยู่ในภาพเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย โทษจำคุกไม่เกินสามปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท
พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 16 วรรคหนึ่ง มีองค์ประกอบสี่ส่วน คือ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ข้อมูลนั้นปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น ภาพเกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลง และการกระทำนั้นน่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย
ส่วนแรกคือสถานที่เผยแพร่ ตัวบทใช้คำว่า “ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้” โพสต์สาธารณะบนเฟซบุ๊ก ติ๊กต็อก หรือเว็บไซต์เข้าส่วนนี้โดยชัด ส่วนการส่งภาพให้บุคคลเดียวทางข้อความส่วนตัวต้องพิจารณาข้อเท็จจริงว่าผู้ใดเข้าถึงภาพได้บ้าง ส่วนที่สองคือ “ภาพของผู้อื่น” หมายถึงภาพที่ระบุตัวบุคคลได้ ผู้ที่ตัดต่อภาพของตนเองไม่เข้ามาตรานี้
ส่วนที่สามเป็นหัวใจของมาตรา 16 ภาพต้อง “เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด” ตัวอย่างเช่น การนำใบหน้าของบุคคลไปวางบนร่างของผู้อื่น การเติมสิ่งของหรือฉากที่ไม่มีอยู่จริง หรือการปรับภาพให้ผู้ถูกถ่ายดูเป็นคนละลักษณะ ส่วนที่สี่คือผลที่ “น่าจะ” เกิด ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่ามีผู้ดูหมิ่นผู้เสียหายจริง โทษตามวรรคหนึ่งคือจำคุกไม่เกินสามปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท1
ข้อพิจารณาที่ตามมาคือถ้อยคำ “ได้รับความอับอาย” องค์ประกอบนี้ไม่มีในความผิดฐานหมิ่นประมาท ภาพตัดต่อที่ไม่ได้กล่าวหาว่าผู้เสียหายทำสิ่งใดผิด แต่ทำให้ผู้เสียหายถูกล้อเลียนหรือขายหน้า จึงอาจเข้ามาตรา 16 แม้ไม่เข้าองค์ประกอบ “ใส่ความ” ของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326
มาตรา 16 ใช้กับภาพที่ถูกสร้าง ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงเท่านั้น การโพสต์ภาพจริงของผู้อื่นพร้อมคำบรรยายที่ใส่ความ พิจารณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 418/2567 ลงโทษจำเลยที่นำข้อความกล่าวหาไปใส่บนรูปของโจทก์ตามมาตรา 328 และวินิจฉัยว่าการตั้งเป็นคำถามว่า “จริงหรือไม่” ไม่ทำให้พ้นผิด
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ระบุวิธีโฆษณาไว้กว้าง รวมถึง “ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ” ภาพจริงของบุคคลที่มีข้อความกล่าวหาประกอบจึงเป็นเครื่องมือของการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาได้ โทษตามมาตรา 328 คือจำคุกไม่เกินสองปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท2
คดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 418/2567 เป็นตัวอย่างของเส้นแบ่งนี้ จำเลยโพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กและนำข้อความไปใส่บนรูปของโจทก์ซึ่งเป็นนักการเมือง ข้อความทำนองว่าโจทก์เกี่ยวข้องกับขบวนการก่อความไม่สงบ โจทก์ฟ้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าวิญญูชนที่อ่านแล้วเข้าใจได้ว่าโจทก์เป็นคนไม่ดี และ “แม้จำเลยจะเพิ่มข้อความว่า จริงหรือไม่ ในลักษณะเป็นคำถามก็ตาม พฤติการณ์เช่นนี้บ่งชี้ได้ว่า จำเลยตั้งคำถามโดยไม่สุจริตใจ” ข้ออ้างว่าแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรมตามมาตรา 329 (1) จึงฟังไม่ขึ้น3
หลักที่ได้จากคดีนี้มีสองข้อ ข้อแรก การเติมข้อความลงบนภาพจริงไม่ทำให้ภาพเป็น “ภาพตัดต่อ” ตามมาตรา 16 โดยอัตโนมัติ ฐานที่ใช้ได้แน่นอนคือหมิ่นประมาท ข้อที่สอง รูปประโยคคำถามไม่ใช่เกราะคุ้มกัน ศาลดูความหมายที่ผู้อ่านเข้าใจและพฤติการณ์ของผู้โพสต์ประกอบกัน ความแตกต่างระหว่างหมิ่นประมาทกับความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ในภาพรวมอธิบายไว้ในบทความ หมิ่นประมาทกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14
ภาพ Deepfake คือภาพหรือวิดีโอที่ระบบปัญญาประดิษฐ์สร้างขึ้นให้เหมือนบุคคลจริง มาตรา 16 ใช้ถ้อยคำว่าภาพ “ที่เกิดจากการสร้างขึ้น” ด้วย “วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด” ถ้อยคำนี้ไม่ได้จำกัดเครื่องมือ ภาพใบหน้าหรือร่างกายของบุคคลที่ระบบปัญญาประดิษฐ์สร้างขึ้นจึงอยู่ในถ้อยคำของมาตรา 16 เมื่อครบองค์ประกอบส่วนอื่น
ตัวบทวางคำว่า “สร้างขึ้น” ไว้คู่กับ “ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลง” ในทางโครงสร้าง คำว่าสร้างขึ้นครอบคลุมภาพที่ไม่มีภาพต้นฉบับเลย ซึ่งตรงกับลักษณะของภาพที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ ตัวบทยังคงใช้คำว่า “ภาพ” คลิปเสียงสังเคราะห์ที่ไม่มีภาพจึงไม่ตรงถ้อยคำของมาตรา 16 และต้องพิจารณาฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญาแทน
ในทางปฏิบัติ ภาพ Deepfake มักถูกส่งต่อโดยผู้ที่ไม่ได้สร้างภาพ มาตรา 16 ใช้คำว่า “ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์” ผู้แชร์ภาพซ้ำไปยังพื้นที่สาธารณะจึงอาจเป็นผู้นำเข้าในครั้งของตนเอง ประเด็นที่ต้องพิสูจน์คือเจตนา ผู้แชร์ที่ไม่รู้ว่าภาพถูกสร้างขึ้นอยู่ในฐานะที่แตกต่างจากผู้สร้างภาพ การเก็บหลักฐานว่าใครโพสต์ก่อนและโพสต์เมื่อใดจึงสำคัญ วิธีเก็บหลักฐานอยู่ในบทความ เก็บหลักฐานหมิ่นประมาทออนไลน์
ภาพตัดต่อหรือภาพ Deepfake ที่มีลักษณะอันลามกและประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ อาจเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (4) อีกฐานหนึ่ง ผู้ส่งต่อโดยรู้อยู่แล้วผิดมาตรา 14 (5) คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4403/2566 วินิจฉัยว่าหมิ่นประมาทตามมาตรา 328 กับมาตรา 14 (4) มีวัตถุประสงค์ที่กฎหมายคุ้มครองต่างกัน จึงเป็นความผิดสองกรรม
มาตรา 14 (4) ลงโทษการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลที่มีลักษณะอันลามกและประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ โทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 14 (5) ลงโทษผู้เผยแพร่หรือส่งต่อโดยรู้อยู่แล้ว4
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4403/2566 เป็นคดีเผยแพร่คลิปวิดีโอจริงของผู้เสียหาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าแม้จำเลยเผยแพร่ครั้งเดียว แต่ความผิดทั้งสองฐาน “มีองค์ประกอบของความผิดที่แตกต่างกัน” จึงเป็นความผิดสองกรรมต่างกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 915 หลักเดียวกันนี้ใช้วิเคราะห์ภาพลามกที่ถูกสร้างขึ้นได้ โดยฐานตามมาตรา 16 แทนที่ฐานหมิ่นประมาท ข้อสำคัญคือมาตรา 14 (4) ไม่ใช่ความผิดอันยอมความได้ การถอนคำร้องทุกข์จึงไม่ระงับข้อหาส่วนนี้
พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 16 วรรคสอง คุ้มครองภาพของผู้ตายด้วย การตัดต่อหรือสร้างภาพของผู้ตายแล้วเผยแพร่ในลักษณะที่น่าจะทำให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้ตายเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย มีโทษเท่ากับวรรคหนึ่ง คือจำคุกไม่เกินสามปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท
ผลที่วรรคสองวัดคือผลต่อครอบครัวของผู้ตาย ไม่ใช่ผลต่อผู้ตาย ภาพที่ล้อเลียนผู้ที่เพิ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เป็นข่าว เป็นกรณีที่พบบ่อยของวรรคนี้ ส่วนวรรคห้ากำหนดว่าถ้าผู้เสียหายตายก่อนร้องทุกข์ บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรร้องทุกข์แทนได้ และให้ถือว่าเป็นผู้เสียหาย
พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 16 วรรคสาม ยกเว้นความผิดเมื่อการนำภาพเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ “โดยสุจริตอันเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ” ภาพล้อการเมืองหรือภาพประกอบบทวิจารณ์ที่ผู้ชมรู้ว่าเป็นภาพดัดแปลง อยู่ในขอบเขตที่ข้อยกเว้นนี้คุ้มครองได้
ข้อยกเว้นมีเงื่อนไขสองชั้น ชั้นแรกคือความสุจริต ชั้นที่สองคือความเป็นธรรมของการติชมต่อบุคคลหรือสิ่งที่ประชาชนย่อมติชมได้ เช่น การทำหน้าที่ของนักการเมืองหรือบริการที่เสนอต่อสาธารณะ ถ้อยคำนี้ตรงกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (3)6 ภาพที่ออกแบบมาให้ผู้ชมเชื่อว่าเป็นภาพจริง หรือภาพที่พาดพิงเรื่องส่วนตัวซึ่งไม่เกี่ยวกับบทบาทสาธารณะ อยู่ห่างจากข้อยกเว้นนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 418/2567 ข้างต้นแสดงว่าศาลตรวจความสุจริตจากพฤติการณ์ เช่น ผู้โพสต์ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนหรือไม่
พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 16 วรรคสี่ บัญญัติว่าความผิดตามวรรคหนึ่งและวรรคสองเป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 มิฉะนั้นคดีขาดอายุความ และคู่กรณียอมความกันได้
อายุความสามเดือนเริ่มนับเมื่อรู้ครบสองเรื่อง คือรู้ว่ามีภาพตัดต่อเผยแพร่ และรู้ว่าใครเป็นผู้เผยแพร่7 ภาพ Deepfake ที่โพสต์จากบัญชีนิรนามจึงอาจยังไม่เริ่มนับอายุความจนกว่าผู้เสียหายจะรู้ตัวผู้กระทำ การร้องทุกข์ที่ถูกต้องและความแตกต่างระหว่างการแจ้งความไว้เป็นหลักฐานกับการร้องทุกข์อธิบายไว้ในบทความ ถูกหมิ่นประมาทออนไลน์ แจ้งความได้ไหม ส่วนฝ่ายที่ถูกกล่าวหาดูสิทธิและข้อต่อสู้ได้ในบทความ ถูกแจ้งความหมิ่นประมาทออนไลน์
พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 16/1 ให้อำนาจศาลในคดีความผิดตามมาตรา 14 หรือมาตรา 16 ที่พิพากษาว่าจำเลยมีความผิด สั่งให้ทำลายข้อมูล ให้โฆษณาคำพิพากษาโดยจำเลยชำระค่าโฆษณา หรือให้ดำเนินการอื่นเพื่อบรรเทาความเสียหาย และมาตรา 16/2 ลงโทษผู้ที่รู้ว่าข้อมูลในความครอบครองของตนเป็นข้อมูลที่ศาลสั่งให้ทำลายแต่ไม่ทำลาย
มาตรา 16/1 ตอบปัญหาหลักของผู้เสียหายจากภาพตัดต่อ คือภาพยังค้างอยู่ในระบบหลังคดีจบ ศาลสั่งได้สามแบบ และมาตรา 16/2 ขยายหน้าที่ทำลายไปถึงผู้ครอบครองข้อมูลที่รู้ถึงคำสั่งศาล โดยมีโทษกึ่งหนึ่งของโทษตามมาตรา 14 หรือมาตรา 16 แล้วแต่กรณี8 ข้อจำกัดของมาตรา 16/1 คือศาลสั่งได้เมื่อมีคำพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดแล้ว ผู้เสียหายที่ต้องการให้ภาพหยุดเผยแพร่ระหว่างคดีจึงต้องใช้ช่องทางอื่นประกอบ เช่น การรายงานต่อแพลตฟอร์ม
กฎหมายต่างประเทศจัดการภาพตัดต่อด้วยสองแนวทาง ฝรั่งเศสลงโทษการเผยแพร่ภาพตัดต่อและเนื้อหาที่สร้างด้วยอัลกอริทึมโดยไม่ได้รับความยินยอมตาม Code pénal มาตรา 226-8 เยอรมนีคุ้มครองภาพที่ทำลายชื่อเสียงตาม StGB มาตรา 201a และสหภาพยุโรปใช้หน้าที่เปิดเผยว่าเป็น deep fake ตาม AI Act มาตรา 50 (4)
ฝรั่งเศสมีบทบัญญัติที่ใกล้กับมาตรา 16 ของไทยมากที่สุด Code pénal มาตรา 226-8 ลงโทษการนำภาพตัดต่อที่ใช้ภาพหรือถ้อยคำของบุคคลโดยไม่ได้รับความยินยอมไปเผยแพร่ ถ้าไม่ปรากฏชัดว่าเป็นภาพตัดต่อหรือไม่ได้ระบุไว้ กฎหมายฉบับที่ 2024-449 เพิ่มเนื้อหาภาพหรือเสียงที่ “สร้างโดยกระบวนการทางอัลกอริทึม” เข้าไปในมาตราเดียวกัน โทษจำคุกหนึ่งปีและปรับ 15,000 ยูโร และเพิ่มเป็นสองปีและ 45,000 ยูโรเมื่อกระทำผ่านบริการสื่อสารออนไลน์9 ข้อแตกต่างจากไทยคือฝรั่งเศสวัดที่ความยินยอมและการระบุว่าเป็นภาพตัดต่อ ไม่ได้วัดที่ความเสียหายต่อชื่อเสียง และครอบคลุมเสียงด้วย
เยอรมนีใช้แนวทางที่ต่างออกไป StGB มาตรา 201a วรรคสอง ลงโทษผู้ที่นำภาพของบุคคลซึ่ง “อาจทำลายชื่อเสียงของผู้อยู่ในภาพอย่างร้ายแรง” ไปให้บุคคลที่สามเข้าถึงโดยไม่มีอำนาจ ใช้กับภาพของผู้ตายด้วย และวรรคสี่ยกเว้นการกระทำเพื่อประโยชน์โดยชอบที่สำคัญกว่า เช่น ศิลปะ วิทยาศาสตร์ และการรายงานเหตุการณ์ร่วมสมัย10 ตัวบทใช้คำว่า Bildaufnahme ซึ่งหมายถึงภาพที่บันทึกจากตัวบุคคล ภาพจริงจึงเป็นกรณีหลักของมาตรานี้ ส่วนภาพที่สร้างขึ้นทั้งภาพด้วยปัญญาประดิษฐ์ เยอรมนียังไม่มีบทบัญญัติอาญาเฉพาะ สภาสหพันธ์ (Bundesrat) จึงเสนอร่างมาตรา 201b ว่าด้วยการละเมิดสิทธิในบุคลิกภาพด้วยการปลอมแปลงทางดิจิทัล ต่อสภาผู้แทนราษฎรสหพันธ์ (Bundestag) เมื่อ 27 สิงหาคม 2025 โดยบันทึกเหตุผลของร่างระบุว่าบทบัญญัติอาญาที่มีอยู่ครอบคลุมปัญหานี้ได้เพียงบางส่วน ร่างนี้ยังไม่มีผลใช้บังคับ ต่างจากมาตรา 16 ของไทยที่บัญญัติถึงภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้นไว้โดยตรง
สหภาพยุโรปใช้หน้าที่ด้านความโปร่งใสแทนโทษอาญา Regulation (EU) 2024/1689 มาตรา 3 (60) นิยาม deep fake ว่าเนื้อหาภาพ เสียง หรือวิดีโอที่ปัญญาประดิษฐ์สร้างหรือดัดแปลง ซึ่งคล้ายบุคคลหรือเหตุการณ์ที่มีอยู่จริงและ “would falsely appear to a person to be authentic or truthful” และมาตรา 50 (4) กำหนดให้ผู้ใช้งานระบบที่สร้าง deep fake ต้องเปิดเผยว่าเนื้อหาถูกสร้างหรือดัดแปลง งานเสียดสีหรืองานสร้างสรรค์ที่ชัดแจ้งเปิดเผยในลักษณะที่ไม่รบกวนการชมงานได้11
| ระบบกฎหมาย | บทบัญญัติ | เกณฑ์หลัก | ข้อยกเว้น |
|---|---|---|---|
| ไทย | พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 16 | ภาพที่สร้าง ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลง และน่าจะทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรืออับอาย | ติชมด้วยความเป็นธรรมโดยสุจริต (วรรคสาม) |
| ฝรั่งเศส | Code pénal มาตรา 226-8 | ภาพตัดต่อหรือเนื้อหาที่สร้างด้วยอัลกอริทึม เผยแพร่โดยไม่ได้รับความยินยอม | ปรากฏชัดหรือระบุไว้ว่าเป็นภาพตัดต่อ |
| เยอรมนี | StGB มาตรา 201a วรรคสอง | ภาพที่บันทึกจากตัวบุคคล (Bildaufnahme) ซึ่งอาจทำลายชื่อเสียงอย่างร้ายแรง ส่วนภาพที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ทั้งภาพยังไม่มีบทบัญญัติเฉพาะ (ร่างมาตรา 201b ยังไม่มีผลใช้บังคับ) | ประโยชน์โดยชอบที่สำคัญกว่า เช่น ศิลปะ การรายงานข่าว (วรรคสี่) |
| สหภาพยุโรป | AI Act มาตรา 50 (4) | หน้าที่เปิดเผยว่าเป็น deep fake | งานเสียดสีหรืองานสร้างสรรค์เปิดเผยแบบไม่รบกวนงาน |
สำหรับผู้อ่านไทย ข้อสรุปจากการเปรียบเทียบมีสองข้อ ข้อแรก การระบุชัดว่าภาพเป็นภาพตัดต่อหรือสร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์เป็นเกณฑ์สำคัญในฝรั่งเศสและสหภาพยุโรป กฎหมายไทยไม่มีบทบัญญัติทำนองนี้ แต่การระบุชัดช่วยสนับสนุนความสุจริตตามมาตรา 16 วรรคสาม ข้อที่สอง มาตรา 16 ของไทยวัดที่ผลต่อชื่อเสียงและความอับอาย ภาพตัดต่อที่ไม่กระทบผู้ใดจึงไม่เป็นความผิดตามมาตรานี้ ต่างจากฝรั่งเศสที่เน้นความยินยอม
Posner (1978) อธิบายในทางนิติเศรษฐศาสตร์ว่าสื่อที่แข่งขันกันไม่นับต้นทุนที่บุคคลต้องรับจากการถูกนำเสนอในภาพที่ผิดความจริง ส่วนงานทดลองทางการสื่อสารของ Vaccari และ Chadwick (2020) พบว่าภาพ Deepfake ทำให้ผู้ชมเกิดความไม่แน่ใจมากกว่าถูกหลอกโดยตรง และความไม่แน่ใจนั้นลดความเชื่อถือข่าวบนสื่อสังคม
ในทางนิติเศรษฐศาสตร์ Posner วิเคราะห์ละเมิดความเป็นส่วนตัวประเภท false light ซึ่งใกล้กับภาพตัดต่อ ข้อโต้แย้งฝ่ายหนึ่งคือปล่อยให้การแข่งขันในตลาดความคิดแก้ข้อมูลเท็จเอง Posner ตอบว่า “competition among the news media may not take into account the full costs of being placed in a false light” เพราะสื่อคู่แข่งจะแก้ข่าวก็ต่อเมื่อผู้อ่านสนใจ ไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์ที่ผู้เสียหายได้รับ12 เหตุผลนี้อธิบายว่าเหตุใดมาตรา 16/1 จึงให้ศาลสั่งทำลายข้อมูลและโฆษณาคำพิพากษาโดยจำเลยเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่าย เพราะการแก้ความเข้าใจผิดจะไม่เกิดขึ้นเองอย่างเพียงพอ
ในทางการสื่อสารและจิตวิทยา Vaccari และ Chadwick ทดลองกับกลุ่มตัวอย่างประชากรสหราชอาณาจักร และพบว่า “people are more likely to feel uncertain than to be misled by deepfakes” แต่ความไม่แน่ใจนั้น “reduces trust in news on social media”13 ผลนี้มีนัยต่อองค์ประกอบ “น่าจะ” ทำให้เสียชื่อเสียงหรืออับอายตามมาตรา 16 ความเสียหายไม่ได้เกิดเฉพาะเมื่อผู้ชมเชื่อภาพทั้งหมด ความสงสัยที่ภาพปลูกขึ้นก็กระทบชื่อเสียงของบุคคลในภาพได้แล้ว
คำถามที่ผู้เสียหายและผู้โพสต์ถามบ่อยเกี่ยวกับภาพตัดต่อ ได้แก่ การตัดต่อรูปโพสต์เฟซบุ๊ก ภาพ Deepfake ที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ การใส่ข้อความบนรูปจริง อายุความสามเดือนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 และคำสั่งศาลให้ทำลายข้อมูลตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 16/1 คำตอบแต่ละข้ออ้างตัวบทที่เกี่ยวข้องโดยตรง
ตัวบทพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 16 16/1 16/2 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 326 328 329 ตรวจกับฐานข้อมูลกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (searchlaw.ocs.go.th) ฉบับปรับปรุงล่าสุด คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 418/2567 และ 4403/2566 ตรวจกับฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกา (deka.supremecourt.or.th) ตัวบทต่างประเทศตรวจกับ Légifrance, gesetze-im-internet.de, ระบบเอกสารรัฐสภาของ Bundestag และ EUR-Lex งานวิชาการอ่านจาก Chicago Unbound และหน้าสำนักพิมพ์ Sage ตรวจทั้งหมดเมื่อ 27 กันยายน 2569
โทร · +66 81 654 5922 · contact@eksiamlegal.com · แอดไลน์ปรึกษา
ปรึกษาได้ทันที · ตอบกลับเร็วที่สุด
ไม่ว่าท่านอยู่ฝ่ายใดของคดีหมิ่นประมาท เราพร้อมรับฟังและช่วยประเมินแนวทาง
หากมีโพสต์ รีวิว หรือข้อความที่ทำให้ท่านหรือธุรกิจเสียชื่อเสียง ควรเก็บหลักฐานไว้ก่อนข้อความจะถูกแก้ไขหรือลบ และโปรดทราบว่าความผิดฐานหมิ่นประมาทต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด
☎ โทรปรึกษา 081 654 5922หากได้รับหมายเรียก หนังสือบอกกล่าว หรือกังวลว่าข้อความที่โพสต์ไปแล้วอาจเป็นคดี การทบทวนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานก่อนให้การหรือเจรจา จะช่วยให้ท่านเห็นทางเลือกได้ครบถ้วน
☎ โทรปรึกษา 081 654 5922ส่งรายละเอียดของเรื่องมาทางอีเมลได้โดยตรง แนบเอกสารประกอบได้ ไม่ต้องกรอกแบบฟอร์ม
contact@eksiamlegal.comจันทร์–ศุกร์ 09:00–18:00 · ข้อมูลของผู้ติดต่อเก็บเป็นความลับ