หน้าแรก › คลังความรู้ › หมิ่นประมาทออนไลน์
บัญชีไม่ระบุตัวตน ป.อ. มาตรา 96 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 18ผู้ที่ถูกบัญชีอวตารโพสต์ใส่ความมักเข้าใจว่าต้องรู้ชื่อผู้โพสต์ก่อนจึงจะแจ้งความได้ และเกรงว่าอายุความสามเดือนจะหมดระหว่างที่ยังหาตัวไม่พบ กฎหมายไทยวางหลักไว้ทั้งสองเรื่อง คำร้องทุกข์ทำได้โดยไม่ต้องรู้ตัวผู้กระทำ อายุความเริ่มนับเมื่อรู้ทั้งเรื่องความผิดและตัวผู้กระทำ และการตามตัวทำผ่านอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
ดาวน์โหลดบทความฉบับ PDFปรับปรุงล่าสุด
สาระสำคัญโดยสรุป
เฟสอวตารคือบัญชีเฟซบุ๊กหรือบัญชีสื่อสังคมที่สร้างขึ้นโดยไม่แสดงตัวตนจริงของผู้ใช้ เมื่อบัญชีเช่นนี้โพสต์ใส่ความผู้อื่น ผู้เสียหายแจ้งความได้ทันทีแม้ยังไม่รู้ว่าใครเป็นผู้โพสต์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (7) อายุความสามเดือนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 เริ่มนับเมื่อรู้ตัวผู้กระทำ และการตามตัวทำผ่านอำนาจตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 18 กับข้อมูลที่ผู้ให้บริการต้องเก็บตามมาตรา 26
เฟสอวตารคือบัญชีสื่อสังคมที่ใช้ชื่อ รูป และข้อมูลที่ไม่ใช่ของผู้ใช้จริง การไม่เปิดเผยตัวตนไม่ทำให้ความผิดหายไป ผู้ใช้บัญชีที่โพสต์ใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามมีความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และเมื่อโพสต์ต่อสาธารณะ ย่อมเข้าลักษณะหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามมาตรา 328 ด้วย
คำว่า “เฟสอวตาร” เป็นคำที่ผู้ใช้สื่อสังคมในประเทศไทยใช้เรียกบัญชีเฟซบุ๊กที่ไม่ได้แสดงตัวตนจริง บัญชีลักษณะเดียวกันมีบน X, TikTok, Instagram และกลุ่มไลน์ที่ใช้ชื่อแฝง บัญชีเหล่านี้บางบัญชีสร้างขึ้นเพื่อแสดงความเห็นโดยไม่ต้องการให้คนรู้จัก บางบัญชีสร้างขึ้นเพื่อโจมตีบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ กฎหมายไม่ได้ห้ามการใช้ชื่อแฝง สิ่งที่กฎหมายลงโทษคือเนื้อหาของข้อความ
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 บัญญัติว่า “ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง” ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท1 องค์ประกอบทุกข้อของมาตรานี้พิจารณาจากการกระทำและข้อความ ไม่มีข้อใดกำหนดให้ผู้กระทำต้องเปิดเผยชื่อจริง ผู้ใช้บัญชีอวตารที่โพสต์ข้อความใส่ความผู้อื่นให้ผู้อื่นอ่าน จึงกระทำครบองค์ประกอบเช่นเดียวกับผู้ใช้บัญชีที่ใช้ชื่อจริง ความแตกต่างอยู่ที่การพิสูจน์ว่าบุคคลใดเป็นผู้ใช้บัญชี ซึ่งเป็นปัญหาพยานหลักฐาน ไม่ใช่ปัญหาว่าความผิดเกิดขึ้นหรือไม่
เมื่อโพสต์บนหน้าสาธารณะหรือในกลุ่มที่คนจำนวนมากเข้าถึงได้ การกระทำยังเข้าลักษณะหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ซึ่งมีอัตราโทษสูงกว่ามาตรา 326 รายละเอียดของมาตรานี้อยู่ในบทความหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา มาตรา 328 ส่วนข้อหาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 142 ต้องพิจารณาแยก เพราะมาตรา 14 (1) ยกเว้นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญาไว้ในตัวบท ข้อหาตามพระราชบัญญัตินี้จึงขึ้นกับว่าข้อความเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมหรือเท็จในลักษณะอื่นตามที่มาตรา 14 บัญญัติหรือไม่ ความสัมพันธ์ของสองกฎหมายอธิบายไว้ในบทความหมิ่นประมาทกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
ข้อความที่ไม่เอ่ยชื่อผู้เสียหายตรง ๆ ก็เป็นการใส่ความได้ หากผู้อ่านเข้าใจได้ว่าหมายถึงบุคคลใด บัญชีอวตารจำนวนมากใช้วิธีเรียกผู้เสียหายด้วยฉายา ตำแหน่งงาน หรือรายละเอียดที่คนในวงเดียวกันรู้จัก ประเด็นนี้อธิบายไว้ในบทความโพสต์ด่าไม่เอ่ยชื่อ ผิดหมิ่นประมาทหรือไม่
ผู้เสียหายแจ้งความได้ทันทีแม้ยังไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ใช้บัญชีอวตาร ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (7) นิยามคำร้องทุกข์ว่าเป็นการกล่าวหาว่ามีผู้กระทำความผิดขึ้น จะรู้ตัวผู้กระทำความผิดหรือไม่ก็ตาม และหมิ่นประมาทเป็นความผิดต่อส่วนตัว พนักงานสอบสวนจะสอบสวนได้เมื่อมีคำร้องทุกข์ตามมาตรา 121 วรรคสอง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (7) นิยามว่า “คำร้องทุกข์” หมายถึงการที่ผู้เสียหายกล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ว่ามีผู้กระทำความผิดขึ้น “จะรู้ตัวผู้กระทำความผิดหรือไม่ก็ตาม” ซึ่งกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย และกล่าวโดยมีเจตนาจะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ3 ถ้อยคำนี้ตอบคำถามที่ผู้เสียหายจากบัญชีอวตารถามบ่อยที่สุดโดยตรง การไม่รู้ชื่อผู้โพสต์ไม่ทำให้คำร้องทุกข์ไม่สมบูรณ์ ผู้เสียหายระบุผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ใช้บัญชีชื่อดังกล่าว พร้อมที่อยู่ URL ของบัญชีและของโพสต์ได้
คำร้องทุกข์มีความสำคัญเป็นพิเศษในคดีหมิ่นประมาท เพราะความผิดฐานนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 121 วรรคสองบัญญัติว่า “ถ้าเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว ห้ามมิให้ทำการสอบสวน เว้นแต่จะมีคำร้องทุกข์ตามระเบียบ”4 ผลในทางปฏิบัติคือ ก่อนมีคำร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนยังไม่มีฐานที่จะเริ่มสอบสวน และยังไม่มีคดีที่จะร้องขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เรียกข้อมูลจากผู้ให้บริการ การรอให้รู้ตัวผู้กระทำก่อนจึงค่อยแจ้งความ จึงทำให้กลไกการตามตัวไม่เริ่มทำงาน
คำร้องทุกข์ที่ระบุเพียงว่า “มีคนด่าในเฟซบุ๊ก” ไม่พอ คำร้องทุกข์ต้องแสดงเจตนาให้ผู้กระทำได้รับโทษ การไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเท่านั้นอาจไม่ถือเป็นคำร้องทุกข์ ผู้เสียหายจึงควรแจ้งให้ชัดว่าประสงค์จะดำเนินคดี ความแตกต่างระหว่างคำร้องทุกข์กับการลงบันทึกประจำวันอธิบายไว้ในบทความถูกหมิ่นประมาทออนไลน์ แจ้งความอย่างไร
อายุความร้องทุกข์คดีหมิ่นประมาทคือสามเดือนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 นับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1011/2532 วางหลักว่าต้องรู้ทั้งสองประการประกอบกัน และไม่นับจากวันที่โพสต์ แต่ทั้งหมดยังอยู่ภายใต้อายุความตามมาตรา 95
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 บัญญัติว่า ในกรณีความผิดอันยอมความได้ ถ้าผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ “ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด” เป็นอันขาดอายุความ5 ศาลฎีกาอธิบายถ้อยคำนี้ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1011/2532 ว่าระยะเวลาสามเดือนนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด “ประกอบกันทั้งสองประการ” และกฎหมายไม่ได้ให้นับจากวันที่จำเลยกระทำความผิด6 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1086/2552 ใช้หลักเดียวกันในทางกลับกัน เมื่อผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำในวันเดียวกัน แล้วไม่ร้องทุกข์และไม่ฟ้องภายในสามเดือน คดีขาดอายุความ7
หลักนี้มีผลโดยตรงต่อคดีบัญชีอวตาร ผู้เสียหายที่เห็นโพสต์แล้วแต่ยังไม่รู้ว่าผู้ใช้บัญชีคือใคร ยังไม่เริ่มนับอายุความสามเดือน อายุความเริ่มนับเมื่อรู้ตัวผู้กระทำ เช่น วันที่พนักงานสอบสวนแจ้งผลการตรวจสอบข้อมูลจากผู้ให้บริการ หรือวันที่ผู้กระทำยอมรับ อย่างไรก็ดี มีข้อยกเว้นและข้อระวังสามประการ
ประการที่หนึ่ง มาตรา 96 เริ่มด้วยถ้อยคำว่า “ภายใต้บังคับมาตรา 95” แม้อายุความสามเดือนยังไม่เริ่มนับ คดีก็ยังต้องอยู่ภายในอายุความฟ้องคดีอาญาตามมาตรา 95 ซึ่งนับจากวันกระทำความผิดและแปรผันตามอัตราโทษ การไม่รู้ตัวผู้กระทำจึงไม่ได้ขยายเวลาไปได้ไม่จำกัด
ประการที่สอง “รู้ตัวผู้กระทำ” เป็นข้อเท็จจริงที่ต้องพิสูจน์ หากผู้เสียหายเคยกล่าวในที่อื่นว่ารู้ว่าบัญชีนั้นเป็นของบุคคลใด เช่น โพสต์ตอบโต้ระบุชื่อ หรือเล่าให้คนอื่นฟัง ฝ่ายผู้ต้องหาอาจยกพฤติการณ์นั้นขึ้นอ้างว่าผู้เสียหายรู้ตัวผู้กระทำตั้งแต่วันนั้นแล้ว ความเสี่ยงนี้ป้องกันได้ด้วยการร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่เห็นโพสต์ โดยไม่ต้องรอให้แน่ใจว่าผู้ใช้บัญชีคือใคร เพราะมาตรา 2 (7) เปิดทางให้ร้องทุกข์ได้อยู่แล้ว
ประการที่สาม อายุความสามเดือนเป็นเรื่องของการร้องทุกข์หรือการฟ้องคดีเอง เมื่อร้องทุกข์ทันภายในกำหนดแล้ว คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1011/2532 วินิจฉัยว่าแม้ฟ้องคดีหลังพ้นสามเดือน แต่ยังอยู่ภายในอายุความตามมาตรา 95 คดีก็ไม่ขาดอายุความ ตามย่อคำพิพากษาที่ยกไว้ในเชิงอรรถที่ 6
การตามตัวผู้ใช้บัญชีอวตารทำผ่านอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 18 ซึ่งเรียกข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์และข้อมูลผู้ใช้บริการจากผู้ให้บริการได้ พนักงานสอบสวนร้องขอให้ใช้อำนาจนี้ในคดีหมิ่นประมาทได้ตามมาตรา 18 วรรคสอง และผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลไว้ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันตามมาตรา 26
มาตรา 18 วรรคหนึ่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ “เฉพาะที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการใช้เป็นหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดและหาตัวผู้กระทำความผิด” อำนาจที่เกี่ยวกับบัญชีอวตารโดยตรงมีสามข้อ ได้แก่ (1) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือส่งหลักฐาน (2) เรียกข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์จากผู้ให้บริการ และ (3) สั่งให้ผู้ให้บริการส่งมอบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการที่ต้องเก็บตามมาตรา 26 หรือให้เก็บข้อมูลดังกล่าวไว้ก่อน8 อำนาจตาม (4) ถึง (8) เช่น การเข้าถึงหรือยึดระบบคอมพิวเตอร์ ต้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อมีคำสั่งอนุญาตตามมาตรา 19 ก่อน
คดีหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญาไม่ใช่ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ แต่มาตรา 18 วรรคสองครอบคลุมไว้แล้ว ตัวบทบัญญัติว่า “ในบรรดาความผิดอาญาต่อกฎหมายอื่นซึ่งได้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นองค์ประกอบหรือเป็นส่วนหนึ่งในการกระทำความผิด” พนักงานสอบสวนอาจร้องขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามวรรคหนึ่งได้ ตามตัวบทในเชิงอรรถที่ 8 หมิ่นประมาทที่กระทำผ่านเฟซบุ๊กหรือแพลตฟอร์มอื่นจึงเข้าเงื่อนไขนี้ และมาตรา 18 วรรคสามกำหนดให้ผู้ได้รับการร้องขอตาม (1) (2) และ (3) ดำเนินการโดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกินเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ หรือภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดซึ่งไม่น้อยกว่าเจ็ดวันและไม่เกินสิบห้าวัน
ข้อมูลที่ใช้ตามตัวมีอายุจำกัด มาตรา 26 วรรคหนึ่งกำหนดให้ผู้ให้บริการ “ต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์” และในกรณีจำเป็น พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้เก็บไว้เกินเก้าสิบวันแต่ไม่เกินสองปีเป็นกรณีพิเศษได้ วรรคสองกำหนดให้เก็บข้อมูลผู้ใช้บริการเท่าที่จำเป็นเพื่อระบุตัวผู้ใช้บริการ ไว้ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับแต่การใช้บริการสิ้นสุดลง9 ระยะเก้าสิบวันเป็นระยะขั้นต่ำ ผู้ให้บริการอาจเก็บไว้นานกว่านั้นตามนโยบายของตน แต่ผู้เสียหายไม่ควรคาดหมายเช่นนั้น เมื่อเวลาผ่านไปเกินเก้าสิบวัน โอกาสที่ข้อมูลจราจรของการโพสต์ครั้งนั้นยังอยู่ย่อมลดลง
ข้อจำกัดในทางปฏิบัติที่ควรทราบ คือบทบัญญัติข้างต้นให้อำนาจแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ ไม่ได้ให้สิทธิแก่ผู้เสียหายที่จะเรียกข้อมูลจากผู้ให้บริการเอง ในพระราชบัญญัตินี้ไม่มีบทที่ให้ผู้เสียหายเอกชนยื่นคำขอต่อศาลเพื่อบังคับให้ผู้ให้บริการเปิดเผยตัวผู้โพสต์ก่อนฟ้องคดี และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรายใหญ่จำนวนมากตั้งอยู่นอกประเทศ การได้ข้อมูลจากผู้ให้บริการเหล่านั้นจึงขึ้นกับนโยบายการตอบคำขอของผู้ให้บริการและช่องทางความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ระยะเวลาจึงไม่แน่นอน ผู้เสียหายจึงควรเตรียมพยานหลักฐานด้านอื่นควบคู่ไปด้วย ตามที่อธิบายในหัวข้อถัดไป
การพิสูจน์ว่าบุคคลใดเป็นผู้ใช้บัญชีอวตาร อาศัยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ มาตรา 11 ร่วมกับพยานแวดล้อม เช่น ข้อมูลจากผู้ให้บริการ เบอร์โทรศัพท์หรืออีเมลที่ผูกกับบัญชี ข้อเท็จจริงที่มีเพียงบางคนรู้ และคำรับของผู้กระทำ ศาลชั่งน้ำหนักจากความน่าเชื่อถือของวิธีสร้างและเก็บข้อมูล
พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ มาตรา 11 วรรคหนึ่งบัญญัติว่า “ห้ามมิให้ปฏิเสธการรับฟังข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็นพยานหลักฐานในกระบวนการพิจารณาตามกฎหมายทั้งในคดีแพ่ง คดีอาญา หรือคดีอื่นใด เพียงเพราะเหตุว่าเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์” และวรรคสองให้ชั่งน้ำหนักโดยพิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของวิธีการสร้าง เก็บรักษา ความครบถ้วน และ “ลักษณะ หรือวิธีการที่ใช้ในการระบุหรือแสดงตัวผู้ส่งข้อมูล”10 ถ้อยคำส่วนหลังนี้ตรงกับปัญหาของคดีบัญชีอวตาร ภาพหน้าจอของโพสต์พิสูจน์ได้ว่าข้อความถูกเผยแพร่ แต่ยังไม่พิสูจน์ว่าใครเป็นผู้ส่ง พยานหลักฐานที่ใช้เชื่อมบัญชีกับตัวบุคคลจึงต้องมาจากแหล่งอื่นประกอบกัน
พยานหลักฐานที่ใช้เชื่อมบัญชีกับบุคคลแบ่งได้เป็นสี่กลุ่ม กลุ่มแรก ข้อมูลจากผู้ให้บริการที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้มาตามมาตรา 18 เช่น เลขที่อยู่ไอพี (IP address หรือที่อยู่อินเทอร์เน็ต) เวลาเข้าใช้ เบอร์โทรศัพท์หรืออีเมลที่ใช้ยืนยันบัญชี แล้วสืบต่อไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเพื่อระบุผู้ใช้บริการในเวลานั้น กลุ่มที่สอง ข้อมูลที่ปรากฏบนบัญชีเอง เช่น ภาพที่ถ่ายจากสถานที่หรืออุปกรณ์ของบุคคลใด บัญชีที่ติดตามหรือถูกติดตาม และการโพสต์ในช่วงเวลาที่สอดคล้องกับกิจวัตรของบุคคลนั้น กลุ่มที่สาม เนื้อหาที่มีเพียงบุคคลจำนวนน้อยรู้ เช่น รายละเอียดการประชุมภายใน หรือข้อความในเอกสารที่มีผู้เข้าถึงไม่กี่คน กลุ่มที่สี่ คำรับของผู้กระทำ ไม่ว่าในชั้นเจรจา ในข้อความส่วนตัว หรือในชั้นสอบสวน
พยานแวดล้อมกลุ่มที่สองและสามมีน้ำหนักจำกัดเมื่ออยู่ลำพัง เพราะการคาดเดาจากสำนวนภาษาหรือเรื่องที่รู้อาจชี้ไปผิดคนได้ ในคดีอาญา โจทก์ต้องพิสูจน์ให้ศาลเชื่อว่าจำเลยเป็นผู้ใช้บัญชีจริง หากยังมีความสงสัยตามสมควร ศาลย่อมยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย พยานหลักฐานที่ได้จากผู้ให้บริการจึงมักเป็นพยานหลักที่ทำให้คดีบัญชีอวตารเดินต่อได้ วิธีเก็บภาพหน้าจอและที่อยู่ URL ให้ครบถ้วนอธิบายไว้ในบทความเก็บหลักฐานหมิ่นประมาทออนไลน์
ผู้ถูกบัญชีอวตารใส่ความควรเก็บหลักฐานพร้อมที่อยู่ URL ของโพสต์และบัญชี ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่เห็นโพสต์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 โดยไม่รอให้รู้ตัวผู้โพสต์ ขอให้พนักงานสอบสวนใช้ช่องทางตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 18 ก่อนข้อมูลตามมาตรา 26 หมดอายุ และไม่ประกาศชื่อผู้ที่สงสัย
ในทางแพ่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423 วรรคหนึ่งให้ผู้ที่ “กล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่น” ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน11 อายุความตามมาตรา 448 วรรคหนึ่งคือหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหาย “รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน” หรือสิบปีนับแต่วันทำละเมิด และวรรคสองให้ใช้อายุความทางอาญาหากยาวกว่า12 โครงสร้างนี้สอดคล้องกับมาตรา 96 ในทางอาญา คือการไม่รู้ตัวผู้กระทำทำให้อายุความระยะสั้นยังไม่เริ่มนับ แต่มีเพดานระยะยาวนับจากวันกระทำ การคำนวณค่าเสียหายอธิบายไว้ในบทความค่าเสียหายในคดีหมิ่นประมาท
ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ใช้บัญชีอวตารมีประเด็นต่อสู้สองชั้น ชั้นแรกคือตนไม่ใช่ผู้ใช้บัญชีหรือไม่ใช่ผู้โพสต์ในเวลานั้น เช่น อุปกรณ์หรือบัญชีมีผู้อื่นใช้ร่วม ชั้นที่สองคือแม้เป็นผู้โพสต์ ข้อความเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 หรือไม่ และคดีขาดอายุความตามมาตรา 96 หรือไม่
ประเด็นตัวผู้กระทำเป็นประเด็นแรกที่ต้องตรวจ ข้อมูลไอพีชี้ไปที่ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่าย ซึ่งอาจเป็นเครือข่ายที่หลายคนใช้ร่วมกัน เช่น เครือข่ายในสำนักงานหรือในบ้าน บัญชีที่ผูกกับเบอร์โทรศัพท์ของบุคคลใดอาจถูกผู้อื่นเข้าใช้ได้หากรหัสผ่านรั่วไหล ข้อเท็จจริงเหล่านี้ต้องมีหลักฐานรองรับ การปฏิเสธลอย ๆ มีน้ำหนักน้อยเมื่อเทียบกับข้อมูลจากผู้ให้บริการ
ประเด็นเนื้อหาเป็นประเด็นที่สอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 บัญญัติว่าผู้ใดแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต ในกรณีที่ระบุไว้ เช่น “เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม” หรือ “ติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ” ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท13 การใช้บัญชีอวตารไม่ได้ตัดสิทธิยกข้อต่อสู้นี้ แต่ศาลอาจพิจารณาการเลือกซ่อนตัวตนประกอบกับถ้อยคำและพฤติการณ์อื่นในการวินิจฉัยว่าผู้กระทำมีความสุจริตหรือไม่ ประเด็นอายุความเป็นประเด็นที่สาม ผู้ถูกกล่าวหาควรตรวจว่าผู้เสียหายรู้ตัวผู้กระทำตั้งแต่เมื่อใด ตามหลักคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1086/2552 การดำเนินการเมื่อได้รับหมายเรียกอธิบายไว้ในบทความถูกแจ้งความหมิ่นประมาทออนไลน์ ทำอย่างไร
อังกฤษให้ผู้เสียหายขอคำสั่งศาลแบบ Norwich Pharmacal ให้ผู้ดำเนินเว็บไซต์เปิดเผยตัวผู้โพสต์นิรนาม ดังคดี Totalise v Motley Fool ญี่ปุ่นให้ผู้เสียหายขอเปิดเผยข้อมูลผู้ส่งข้อมูลจากผู้ให้บริการได้โดยตรงตามกฎหมายเฉพาะ มาตรา 5 สหรัฐคุ้มครองการแสดงออกโดยไม่เปิดเผยตัวตนตามคดี McIntyre ไทยใช้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 18 เป็นช่องทางหลัก
ในอังกฤษ ศาลอุทธรณ์ในคดี Totalise plc v The Motley Fool Ltd [2001] EWCA Civ 1897 พิจารณาคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ผู้ดำเนินกระดานสนทนาด้านการลงทุนเปิดเผยตัวผู้โพสต์นิรนามซึ่งโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทบริษัทผู้ร้อง คำสั่งลักษณะนี้มีฐานจากคำพิพากษาสภาขุนนางในคดี Norwich Pharmacal Co v Customs and Excise Commissioners [1974] AC 133 ซึ่งให้ศาลสั่งบุคคลที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดของผู้อื่นโดยไม่ได้กระทำผิดเอง ให้เปิดเผยตัวผู้กระทำผิดได้ ประเด็นในชั้นอุทธรณ์คือภาระค่าใช้จ่าย ศาลวางแนวว่าผู้ร้องรับภาระค่าใช้จ่ายของคำขอไปก่อนและเรียกคืนจากผู้กระทำผิดในภายหลัง ไม่ใช่เรียกจากผู้ดำเนินเว็บไซต์ซึ่งไม่ได้กระทำผิด14
ในญี่ปุ่น กฎหมายว่าด้วยการรับมือกับการละเมิดสิทธิที่เกิดจากการเผยแพร่ข้อมูลผ่านการสื่อสารทางโทรคมนาคมเฉพาะ มาตรา 5 วรรคหนึ่ง ให้ผู้ที่อ้างว่าสิทธิของตนถูกละเมิดขอให้ผู้ให้บริการเปิดเผยข้อมูลผู้ส่งข้อมูล (発信者情報) ได้ เมื่อเข้าเงื่อนไขสองข้อ คือ ปรากฏชัดแจ้งว่าการเผยแพร่ข้อมูลนั้นละเมิดสิทธิของผู้ขอ และข้อมูลผู้ส่งจำเป็นต่อการใช้สิทธิเรียกค่าเสียหายหรือมีเหตุอันสมควรอื่นที่จะได้รับการเปิดเผย15 กฎหมายญี่ปุ่นจึงให้สิทธิแก่ผู้เสียหายเอกชนโดยตรง และวางเงื่อนไขที่ต้องพิสูจน์ไว้ในตัวบท
ในสหรัฐอเมริกา ศาลสูงสุดในคดี McIntyre v. Ohio Elections Commission, 514 U.S. 334 (1995) วินิจฉัยว่ากฎหมายมลรัฐที่ห้ามแจกเอกสารรณรงค์ทางการเมืองโดยไม่ระบุชื่อผู้จัดทำขัดต่อเสรีภาพในการแสดงออก และกล่าวว่า “Anonymity is a shield from the tyranny of the majority” (การไม่เปิดเผยตัวตนเป็นเกราะกำบังจากการกดขี่ของเสียงข้างมาก)16 คดีนี้เป็นเรื่องเอกสารการเมือง ไม่ใช่เรื่องหมิ่นประมาท และไม่ได้คุ้มครองข้อความหมิ่นประมาท แต่แสดงว่ากฎหมายสหรัฐให้น้ำหนักแก่คุณค่าของการไม่เปิดเผยตัวตนสูง การเปิดเผยตัวผู้โพสต์นิรนามในคดีหมิ่นประมาทในสหรัฐจึงต้องผ่านการชั่งน้ำหนักระหว่างสิทธิของผู้เสียหายกับเสรีภาพในการแสดงออก
| ประเด็น | ไทย | อังกฤษ | ญี่ปุ่น |
|---|---|---|---|
| ผู้ริเริ่มการขอข้อมูลตัวผู้โพสต์ | พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 18 ตามคำร้องขอของพนักงานสอบสวน | ผู้เสียหายยื่นคำขอต่อศาล (คำสั่งแบบ Norwich Pharmacal) | ผู้เสียหายขอต่อผู้ให้บริการโดยตรงตามกฎหมายเฉพาะ มาตรา 5 |
| เงื่อนไขหลัก | เฉพาะที่จำเป็นเพื่อเป็นหลักฐานและหาตัวผู้กระทำ | ผู้ถูกขอเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด และคำสั่งจำเป็นต่อการเยียวยา | การละเมิดสิทธิปรากฏชัดแจ้ง และมีเหตุอันสมควรเช่นการเรียกค่าเสียหาย |
| ผลต่อผู้เสียหาย | ต้องร้องทุกข์ก่อนจึงเริ่มกระบวนการได้ | ใช้ได้ในคดีแพ่งโดยไม่ต้องมีคดีอาญา | ใช้ได้ในคดีแพ่งโดยไม่ต้องมีคดีอาญา |
ข้อเปรียบเทียบนี้อธิบายเหตุที่ผู้เสียหายในไทยควรร้องทุกข์โดยเร็วแม้ยังไม่รู้ตัวผู้กระทำ ในอังกฤษและญี่ปุ่น ผู้เสียหายมีช่องทางทางแพ่งของตนเอง ในไทย ช่องทางหลักผูกกับกระบวนการทางอาญาและอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ การร้องทุกข์จึงเป็นทั้งการรักษาสิทธิทางอายุความและการเปิดช่องทางตามตัว
นิติเศรษฐศาสตร์อธิบายว่าการไม่เปิดเผยตัวตนลดความน่าจะเป็นที่ผู้กระทำจะถูกลงโทษ จึงลดผลยับยั้งของกฎหมายตามแบบจำลองของ Becker งานของ Nagin ชี้ว่าความแน่นอนของการถูกลงโทษยับยั้งได้มากกว่าความรุนแรงของโทษ กลไกตามตัวตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 18 และ 26 จึงมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มอัตราโทษ
Gary Becker เสนอในปี ค.ศ. 1968 ว่าผู้กระทำความผิดตัดสินใจโดยเทียบประโยชน์ที่ได้กับต้นทุนที่คาดหมาย ซึ่งเท่ากับความน่าจะเป็นที่จะถูกจับและลงโทษคูณด้วยความรุนแรงของโทษ17 บัญชีอวตารลดค่าความน่าจะเป็นในสมการนี้ในสายตาของผู้กระทำ แม้อัตราโทษตามมาตรา 326 และ 328 จะคงเดิม ต้นทุนที่ผู้กระทำคาดหมายก็ลดลง Daniel Nagin ทบทวนงานวิจัยด้านการยับยั้งอาชญากรรมในปี ค.ศ. 2013 และสรุปว่าหลักฐานเชิงประจักษ์สนับสนุนผลยับยั้งของความแน่นอนในการถูกจับมากกว่าความรุนแรงของโทษ18 เมื่อนำมาใช้กับคดีบัญชีอวตาร ระยะเวลาเก็บข้อมูลตามมาตรา 26 ระยะเวลาตอบคำขอตามมาตรา 18 วรรคสาม และความรวดเร็วของการร้องทุกข์ เป็นตัวแปรที่กำหนดความน่าจะเป็นที่ผู้กระทำจะถูกระบุตัว
ในทางจิตวิทยา John Suler อธิบายปรากฏการณ์การลดการยับยั้งชั่งใจบนออนไลน์ (online disinhibition effect) ในปี ค.ศ. 2004 และระบุว่าการไม่เปิดเผยตัวตน (dissociative anonymity) เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้ใช้แยกพฤติกรรมออนไลน์ออกจากตัวตนจริง และกล้าใช้ถ้อยคำรุนแรงกว่าที่จะใช้เมื่อพบหน้ากัน19 ข้อสังเกตนี้อธิบายเหตุที่ข้อความจากบัญชีอวตารมักรุนแรงและกระทำซ้ำ และเหตุที่การระบุตัวได้ในคดีหนึ่งมักทำให้พฤติกรรมของบัญชีอื่นในกลุ่มเดียวกันเปลี่ยนไปด้วย
ในทางนิติปรัชญา การไม่เปิดเผยตัวตนมีคุณค่าสองด้าน ด้านหนึ่งเป็นเกราะของผู้แสดงความเห็นที่เป็นเสียงข้างน้อย ดังที่ศาลสูงสุดสหรัฐกล่าวไว้ในคดี McIntyre โดยอ้างแนวคิดของ John Stuart Mill อีกด้านหนึ่งเป็นช่องทางหลบเลี่ยงความรับผิดต่อการทำลายชื่อเสียงของผู้อื่น กฎหมายไทยไม่ได้ห้ามการใช้ชื่อแฝง และจำกัดอำนาจตามมาตรา 18 ไว้ “เฉพาะที่จำเป็น” พร้อมให้อำนาจที่กระทบสิทธิมากกว่าต้องได้รับอนุญาตจากศาลตามมาตรา 19 โครงสร้างนี้เป็นการชั่งน้ำหนักระหว่างคุณค่าทั้งสองด้าน การเปิดเผยตัวตนจึงเกิดขึ้นเมื่อมีการกล่าวหาว่ามีความผิดและมีความจำเป็นต่อคดี ไม่ใช่เกิดขึ้นเพราะผู้ใดต้องการรู้
เอกสยาม ชัยศร และทีมงานของบริษัท เอกสยาม แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด ให้คำปรึกษาแก่ผู้เสียหายจากบัญชีอวตารตั้งแต่การเก็บหลักฐาน การจัดทำคำร้องทุกข์ที่ระบุบัญชีและโพสต์ได้แน่นอน และการติดตามคำขอข้อมูลตามมาตรา 18 รวมทั้งให้คำปรึกษาแก่ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ใช้บัญชีอวตารในการตรวจพยานหลักฐานเรื่องตัวผู้กระทำ
คำถามที่พบบ่อยเรื่องเฟสอวตารและบัญชีไม่ระบุตัวตน ได้แก่ ความหมายของเฟสอวตาร การแจ้งความเมื่อไม่รู้ชื่อผู้โพสต์ การตามตัว อายุความ ระยะเวลาเก็บข้อมูลของผู้ให้บริการ การประกาศชื่อผู้ที่สงสัย และการเรียกค่าเสียหาย คำตอบอ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 และ 326 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (7) และ 121 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 18 และ 26
ตัวบทพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 18 19 และ 26 ตรวจคำต่อคำกับฐานข้อมูลกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (searchlaw.ocs.go.th) ฉบับปรับปรุงล่าสุด เมื่อ 23 ตุลาคม 2569 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 326 329 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (7) และ 121 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 และพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ มาตรา 11 ตรวจกับฐานข้อมูลเดียวกันเมื่อ 2 ตุลาคม 2569 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423 และ 448 ใช้ถ้อยคำที่ตรวจไว้ในบทความอื่นของเว็บนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1011/2532 และ 1086/2552 ตรวจกับฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกา (deka.supremecourt.or.th) แล้ว และค้นฐานข้อมูลเดียวกันด้วยคำค้น อวตาร IP Address บัญชีเฟซบุ๊กปลอม และชื่อบัญชีเฟซบุ๊ก เมื่อ 23 ตุลาคม 2569 ไม่พบคำพิพากษาศาลฎีกาที่วินิจฉัยเรื่องการระบุตัวผู้ใช้บัญชีอวตารในคดีหมิ่นประมาทโดยตรง จึงไม่ได้อ้าง คดี Totalise อ่านจากสำเนาคำพิพากษาฉบับเต็มและสรุปความโดยไม่ยกคำต่อคำ ตัวบทญี่ปุ่นอ่านจาก e-Gov 法令検索 คดี McIntyre อ่านจากข้อความที่พิมพ์ซ้ำจาก United States Reports งานวิชาการตรวจข้อมูลบรรณานุกรมกับ Crossref ตามคลังแหล่งที่ตรวจแล้วของสำนักงาน ข้อความต่างประเทศที่เป็นคำแปลในเนื้อความเป็นคำแปลโดยผู้เขียน ไม่ใช่คำแปลทางการ
โทร · +66 81 654 5922 · contact@eksiamlegal.com · แอดไลน์ปรึกษา
ปรึกษาได้ทันที · ตอบกลับเร็วที่สุด
ไม่ว่าท่านอยู่ฝ่ายใดของคดีหมิ่นประมาท เราพร้อมรับฟังและช่วยประเมินแนวทาง
หากมีโพสต์ รีวิว หรือข้อความที่ทำให้ท่านหรือธุรกิจเสียชื่อเสียง ควรเก็บหลักฐานไว้ก่อนข้อความจะถูกแก้ไขหรือลบ และโปรดทราบว่าความผิดฐานหมิ่นประมาทต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด
☎ โทรปรึกษา 081 654 5922หากได้รับหมายเรียก หนังสือบอกกล่าว หรือกังวลว่าข้อความที่โพสต์ไปแล้วอาจเป็นคดี การทบทวนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานก่อนให้การหรือเจรจา จะช่วยให้ท่านเห็นทางเลือกได้ครบถ้วน
☎ โทรปรึกษา 081 654 5922ส่งรายละเอียดของเรื่องมาทางอีเมลได้โดยตรง แนบเอกสารประกอบได้ ไม่ต้องกรอกแบบฟอร์ม
contact@eksiamlegal.comจันทร์–ศุกร์ 09:00–18:00 · ข้อมูลของผู้ติดต่อเก็บเป็นความลับ