บริษัท เอกสยาม แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด +66 81 654 5922  ·  eksiam@eksiamlegal.com

หน้าแรกคลังความรู้ › แนวคำพิพากษา

แนวคำพิพากษา · ฎีกาที่ 3877/2565

โพสต์เฉพาะเพื่อน ผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา (ม.328) ไหม

การตั้งค่าโพสต์ “สาธารณะ” หรือ “เฉพาะเพื่อน” ไม่ใช่แค่เรื่องความเป็นส่วนตัว แต่เป็นเส้นแบ่งโทษจำคุก 1 ปี กับ 2 ปี — ฎีกาที่ 3877/2565 วางหลักว่าโพสต์ถึงเฉพาะกลุ่มเพื่อนยังไม่ถึงขั้น “โฆษณา” แต่ก็ไม่ได้แปลว่ารอดคดี

ปรับปรุงล่าสุด 2569 · อ้างอิงตัวบทกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกา และเอกสารวิชาการต่างประเทศ

แชร์หน้านี้ LINE Facebook

คดีหมิ่นประมาทออนไลน์เกือบทุกคดีมีคำถามเดียวกันซ่อนอยู่ นั่นคือผู้โพสต์จะถูกลงโทษฐานหมิ่นประมาท “ธรรมดา” ตามมาตรา 326 หรือฐานหมิ่นประมาท “โดยการโฆษณา” ตามมาตรา 328 ซึ่งโทษหนักกว่ากันเท่าตัว ความเข้าใจที่แพร่หลายคือ อะไรก็ตามที่โพสต์ลงอินเทอร์เน็ตย่อมเป็นการโฆษณาเสมอ เพราะโลกออนไลน์เข้าถึงคนได้ทั้งโลก คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3877/2565 บอกว่าความเข้าใจนี้หยาบเกินไป — ศาลดูที่เจตนากระจายข่าวสู่สาธารณชน ไม่ใช่แค่ตัวเทคโนโลยีที่ใช้ บทความนี้วิเคราะห์เส้นแบ่งดังกล่าว พร้อมเทียบกับหลัก publication ของอังกฤษผ่านคดี Stocker v Stocker ของศาลสูงสุดอังกฤษ กฎหมายเยอรมัน และมาตรฐานขององค์การสหประชาชาติ

มาตรา 326 กับ 328 — โทษต่างกันเท่าตัว

หมิ่นประมาทธรรมดาตามมาตรา 326 มีระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท แต่ถ้าการหมิ่นประมาทนั้น “ได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น” มาตรา 328 เพิ่มโทษเป็นจำคุกไม่เกินสองปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท1

เหตุผลของการเพิ่มโทษเข้าใจได้ไม่ยาก ยิ่งข้อความแพร่ไปกว้าง ความเสียหายต่อชื่อเสียงยิ่งลึกและแก้ไขยาก คำถามทางกฎหมายที่แท้จริงคือ แค่ไหนถึงเรียกว่า “โฆษณา” — โพสต์เฟซบุ๊กที่มีเพื่อน 50 คนเห็น กับป้ายประกาศกลางตลาด เป็นสิ่งเดียวกันหรือไม่

ฎีกาที่ 3877/2565 — เจตนากระจายสู่สาธารณชนคือหัวใจ

ในคดีนี้จำเลยโพสต์ข้อความกล่าวหาเพื่อนบ้านว่า “ล้อมรั้วในที่หลวง” พร้อมภาพที่ดิน ลงในเฟซบุ๊กของจำเลยเอง ศาลล่างลงโทษตามมาตรา 328 แต่ศาลฎีกาวินิจฉัยต่างออกไปในประเด็นนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3877/2565 (สรุปสาระสำคัญ) ความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตาม ป.อ. มาตรา 328 นั้น ผู้กระทำความผิดฐานนี้จะต้องเผยแพร่ข้อความ ภาพ และเสียง อันเป็นการหมิ่นประมาทออกไปยังสาธารณชนหรือประชาชนทั่วไป การที่จำเลยโพสต์ข้อความและภาพลงในแอปพลิเคชันเฟซบุ๊กของจำเลย มีลักษณะเป็นเพียงการแจ้งหรือไขข่าวไปยังเฉพาะกลุ่มบุคคลที่เป็นเพื่อนของจำเลยในแอปพลิเคชันเฟซบุ๊กของจำเลยเท่านั้น ยังไม่ถึงกับมีเจตนากระจายข่าวไปสู่สาธารณชนหรือประชาชนทั่วไป จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา2

ข้อสังเกตสำคัญสามประการจากคำวินิจฉัยนี้

  • เทคโนโลยีไม่ใช่ตัวชี้ขาด — การใช้เฟซบุ๊กไม่ทำให้เป็น “โฆษณา” โดยอัตโนมัติ ศาลดูลักษณะการเผยแพร่จริง ๆ ว่าไปถึงใครบ้าง
  • เกณฑ์คือเจตนา — ถ้อยคำของศาลใช้ว่า “ยังไม่ถึงกับมีเจตนากระจายข่าวไปสู่สาธารณชน” แสดงว่าองค์ประกอบชี้ขาดของมาตรา 328 ในมุมมองของศาลฎีกาคือเจตนาของผู้โพสต์ที่จะให้ข้อความไปถึงประชาชนทั่วไป ไม่ใช่เพียงข้อเท็จจริงว่าในทางเทคนิคมีคนเห็นกี่คน
  • ไม่ผิด 328 ไม่ได้แปลว่าพ้นผิด — จำเลยยังคงมีความผิดฐานหมิ่นประมาทธรรมดาตามมาตรา 326 เพราะมีบุคคลที่สาม (เพื่อนในเฟซบุ๊ก) รับรู้ข้อความและเข้าใจได้ว่าหมายถึงโจทก์

นัยทางปฏิบัติ — การตั้งค่าโพสต์กลายเป็นพยานหลักฐาน

ผลของแนวฎีกานี้ทำให้ “การตั้งค่าผู้ชม” ของโพสต์ (สาธารณะ / เพื่อน / เพื่อนเฉพาะกลุ่ม / เฉพาะฉัน) มีความหมายทางกฎหมายโดยตรง ทั้งสองฝ่ายของคดีควรใส่ใจประเด็นนี้ตั้งแต่ชั้นเก็บพยานหลักฐาน

  • ฝ่ายผู้เสียหาย — เมื่อบันทึกภาพหน้าจอโพสต์ ควรเก็บสัญลักษณ์การตั้งค่าผู้ชม (ไอคอนลูกโลก = สาธารณะ, ไอคอนคนสองคน = เพื่อน) ให้ติดมาด้วยเสมอ เพราะเป็นข้อเท็จจริงชี้ขาดว่าจะฟ้องมาตรา 328 ได้หรือไม่ รวมทั้งจำนวนการแชร์และการมองเห็นของบุคคลภายนอก
  • ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา — การตั้งค่าเฉพาะเพื่อนเป็นข้อต่อสู้ที่มีน้ำหนักในการปฏิเสธมาตรา 328 ตามแนวฎีกานี้ แต่ต้องไม่ลืมว่าความผิดตามมาตรา 326 ยังอยู่ครบ และการแก้ไขการตั้งค่าย้อนหลังหลังเกิดเหตุอาจถูกมองเป็นพฤติการณ์ปิดบังพยานหลักฐาน

ข้อควรระวัง

แนวฎีกานี้ไม่ใช่สูตรสำเร็จว่า “โพสต์เฉพาะเพื่อนไม่มีวันผิด ม.328” — หากจำนวนเพื่อนมากเป็นหลักหมื่น เปิดรับผู้ติดตามสาธารณะ หรือผู้โพสต์กระตุ้นให้แชร์ต่อ ข้อเท็จจริงย่อมต่างจากคดีนี้ และศาลอาจมองว่ามีเจตนากระจายสู่สาธารณชนได้ การพิจารณาเป็นรายกรณีเสมอ

กฎหมายเปรียบเทียบ — โลกที่ “หนึ่งคนก็คือการเผยแพร่”

โครงสร้างสองชั้นแบบไทย (ธรรมดา/โฆษณา) ไม่ใช่แนวทางเดียวที่โลกใช้ การเทียบกับระบบกฎหมายก้าวหน้าช่วยให้เห็นตำแหน่งของกฎหมายไทยชัดขึ้น

อังกฤษ — Publication ถึงคนเดียวก็ฟ้องได้ แต่ต้องมี Serious Harm

หลัก common law อังกฤษถือมาแต่เดิมว่า การสื่อสารถ้อยคำหมิ่นประมาทถึงบุคคลที่สามเพียงคนเดียวก็เป็น “publication” ที่ก่อความรับผิดทางแพ่งแล้ว ไม่มีการแบ่งชั้นธรรมดา/โฆษณาแบบไทย เพราะอังกฤษยกเลิกความผิดอาญาฐานหมิ่นประมาทไปแล้วตั้งแต่ปี 20093 สิ่งที่ทำหน้าที่คล้ายเส้นแบ่งของไทยคือเกณฑ์ “serious harm” ตาม Defamation Act 2013 มาตรา 1 — โจทก์ต้องพิสูจน์ว่าถ้อยคำก่อหรือน่าจะก่อความเสียหายร้ายแรงต่อชื่อเสียง ซึ่งขนาดและลักษณะของกลุ่มผู้รับสารเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมิน4 โพสต์ที่เห็นกันในวงเพื่อนไม่กี่สิบคนจึงอาจตกเกณฑ์ serious harm และฟ้องไม่ได้เลยในอังกฤษ — ผลลัพธ์คล้ายการตัดมาตรา 328 ออกในคดีไทย แต่กลไกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ที่น่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับคดีโซเชียลมีเดียคือคำพิพากษาศาลสูงสุดอังกฤษ (UK Supreme Court) ในคดี Stocker v Stocker [2019] UKSC 17 ซึ่งเป็นคดีโพสต์เฟซบุ๊กระหว่างอดีตคู่สมรส ศาลวางหลักว่าการตีความถ้อยคำบนเฟซบุ๊กต้องใช้มุมมองของผู้อ่านเฟซบุ๊กทั่วไปที่ไถอ่านเร็ว ๆ ไม่ใช่การแยกวิเคราะห์ถ้อยคำแบบนักกฎหมายถือพจนานุกรม5 แนวคิดว่าบริบทของแพลตฟอร์มกำหนดวิธีอ่านข้อความนี้ สอดคล้องกับวิธีที่ศาลฎีกาไทยในคดีที่ 3877/2565 พิจารณาลักษณะการใช้เฟซบุ๊กจริงของจำเลย (โพสต์คุยกันในวงเพื่อน) แทนที่จะสรุปเหมารวมว่าออนไลน์เท่ากับสาธารณะ

สหรัฐอเมริกา — ขนาดผู้รับสารกระทบค่าเสียหาย ไม่ใช่ความรับผิด

กฎหมายละเมิดสหรัฐตาม Restatement (Second) of Torts มาตรา 577 นิยาม publication ว่าการสื่อสารโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อไปยังบุคคลที่สามแม้เพียงคนเดียว6 การแพร่กระจายวงกว้างไม่ใช่องค์ประกอบความรับผิด แต่ไปปรากฏผลที่ค่าเสียหาย (damages) ที่คณะลูกขุนประเมิน งานวิชาการอเมริกันชี้ว่าโครงสร้างนี้เหมาะกับยุคอินเทอร์เน็ตเพราะยืดหยุ่นตามความเสียหายจริง — ศาสตราจารย์ Lyrissa Lidsky (ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายหมิ่นประมาทออนไลน์) วิเคราะห์ไว้ในบทความคลาสสิก “Silencing John Doe: Defamation and Discourse in Cyberspace” ใน Duke Law Journal ว่าการฟ้องหมิ่นประมาทออนไลน์มักถูกใช้เป็นเครื่องมือปิดปากผู้วิจารณ์รายย่อยมากกว่าเยียวยาความเสียหายจริง ศาลจึงต้องชั่งเสรีภาพการพูดของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตธรรมดาอย่างระมัดระวัง7

เยอรมนี — โครงสร้างสองชั้นแบบเดียวกับไทย

ประมวลกฎหมายอาญาเยอรมัน (StGB) มีโครงสร้างใกล้เคียงมาตรา 326/328 ของไทยที่สุดในบรรดาประเทศพัฒนาแล้ว มาตรา 186 กำหนดโทษฐานกล่าวข้อเท็จจริงเสื่อมเสียต่อผู้อื่นไว้ระดับหนึ่ง และเพิ่มโทษเมื่อกระทำต่อสาธารณะ (öffentlich) หรือโดยการเผยแพร่เนื้อหา ซึ่งหลังการแก้ไขปี 2021 ครอบคลุมการเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตชัดเจน8 ศาลเยอรมันตีความ “ต่อสาธารณะ” ว่าหมายถึงการที่บุคคลจำนวนมากซึ่งไม่อาจกำหนดตัวได้รับรู้ได้ — วงสนทนาปิดในหมู่คนรู้จักไม่เข้าเกณฑ์ ตรรกะเดียวกับที่ศาลฎีกาไทยแยก “กลุ่มเพื่อน” ออกจาก “สาธารณชน” ในฎีกาที่ 3877/2565

มาตรฐานสากลและเสียงจากแวดวงวิชาการ

ในระดับระหว่างประเทศ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Human Rights Committee) ซึ่งกำกับดูแลกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่ประเทศไทยเป็นภาคี ได้ระบุไว้ใน General Comment No. 34 (2011) ว่ารัฐภาคีควรพิจารณายกเลิกโทษอาญาฐานหมิ่นประมาท และไม่ว่ากรณีใด โทษจำคุกไม่ใช่โทษที่เหมาะสมสำหรับความผิดฐานหมิ่นประมาทเลย9 งานศึกษาเชิงเปรียบเทียบชั้นนำอย่าง Comparative Defamation and Privacy Law (Cambridge University Press, 2016) และตำรามาตรฐานเรื่องหมิ่นประมาทออนไลน์ The Law of Defamation and the Internet (Oxford University Press) ต่างชี้แนวโน้มเดียวกันว่าประเทศเสรีประชาธิปไตยทยอยย้ายการคุ้มครองชื่อเสียงจากกฎหมายอาญาไปสู่กลไกแพ่งที่ได้สัดส่วนกว่า10 เมื่อมองจากมาตรฐานเหล่านี้ คำวินิจฉัยของศาลฎีกาไทยที่ตีความมาตรา 328 อย่างเคร่งครัด ไม่ขยายความคำว่า “โฆษณา” ให้ครอบคลุมทุกโพสต์ออนไลน์ จึงนับเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับหลักการลงโทษอาญาเท่าที่จำเป็นและได้สัดส่วน

ประเด็นไทยอังกฤษสหรัฐอเมริกาเยอรมนี
เกณฑ์ขั้นต่ำของการเผยแพร่บุคคลที่สามรับรู้ = ผิด ม.326บุคคลที่สามหนึ่งคน = publication แต่ต้องผ่านเกณฑ์ serious harmบุคคลที่สามหนึ่งคน = publicationบุคคลที่สามรับรู้ = ผิด §186
การเผยแพร่วงกว้างมีผลอย่างไรยกระดับเป็น ม.328 โทษเพิ่มเท่าตัว — ต้องมีเจตนากระจายสู่สาธารณชน (ฎีกา 3877/2565)เพิ่มน้ำหนัก serious harm และค่าเสียหายเพิ่มค่าเสียหาย ไม่กระทบความรับผิดยกระดับโทษเมื่อกระทำ “ต่อสาธารณะ” (öffentlich)
โพสต์จำกัดเฉพาะเพื่อนไม่เป็นการโฆษณา ตามแนวฎีกา 3877/2565 — คงผิด ม.326อาจตกเกณฑ์ serious harm ฟ้องไม่ได้เลยฟ้องได้แต่ค่าเสียหายต่ำวงปิดในหมู่คนรู้จัก ไม่ใช่ “ต่อสาธารณะ” — โทษฐานพื้นฐาน
สถานะโทษอาญาคงอยู่ (จำคุกได้ถึง 2 ปีตาม ม.328)ยกเลิกแล้ว (2009)แทบไม่มีการบังคับใช้คงอยู่ แต่ในทางปฏิบัติโทษปรับเป็นหลัก

คำแนะนำภาคปฏิบัติ

  • ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย — การตั้งค่าเฉพาะเพื่อนลดระดับความผิดจาก ม.328 เหลือ ม.326 ตามแนวฎีกานี้ แต่ไม่ใช่ใบอนุญาตให้ใส่ความใคร ความผิดอาญาและความรับผิดทางแพ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 423 ยังอยู่ครบ
  • ผู้เสียหายที่จะดำเนินคดี — ตรวจสอบและบันทึกการตั้งค่าผู้ชมของโพสต์ก่อนเสมอ หากเป็นโพสต์สาธารณะ มีการแชร์ต่อ หรือเจ้าของบัญชีมีผู้ติดตามจำนวนมาก ข้อเท็จจริงเหล่านี้คือฐานของการฟ้อง ม.328 หากเป็นโพสต์เฉพาะเพื่อน ควรประเมินรูปคดีเป็น ม.326 ตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ให้ฟ้องเกินแล้วแพ้ประเด็น
  • ทั้งสองฝ่าย — อย่าลืมว่าคดี ม.326 และ ม.328 เป็นความผิดอันยอมความได้ อายุความร้องทุกข์สามเดือนนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิด และคดีจำนวนมากจบด้วยการไกล่เกลี่ย ขอโทษ และลบโพสต์ ก่อนถึงชั้นพิพากษา11

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

โพสต์ลงเฟซบุ๊กถือเป็นหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาเสมอไหม
ไม่เสมอ ฎีกาที่ 3877/2565 วินิจฉัยว่าการโพสต์ในลักษณะแจ้งข่าวเฉพาะกลุ่มเพื่อนในเฟซบุ๊กของผู้โพสต์ ยังไม่ถึงกับมีเจตนากระจายข่าวสู่สาธารณชน จึงไม่ผิดมาตรา 328 คงผิดเฉพาะมาตรา 326
ถ้าโพสต์ตั้งค่าสาธารณะล่ะ
โพสต์สาธารณะที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้มีแนวโน้มสูงที่จะถูกวินิจฉัยเป็นการโฆษณาตามมาตรา 328 โดยเฉพาะเมื่อประกอบกับพฤติการณ์อื่น เช่น จำนวนผู้ติดตามมาก หรือกระตุ้นให้แชร์
โพสต์เฉพาะเพื่อนแต่เพื่อนเอาไปแชร์ต่อจนแพร่กระจาย ใครรับผิด
ต้องแยกพิจารณาเป็นรายการกระทำ ผู้โพสต์ต้นทางรับผิดตามลักษณะการเผยแพร่ของตน ส่วนผู้แชร์ต่อในวงกว้างอาจกลายเป็นผู้เผยแพร่ข้อความหมิ่นประมาทด้วยตนเอง และหากแชร์แบบสาธารณะก็เสี่ยงต่อมาตรา 328 เอง
ด่าในกลุ่มไลน์ปิดที่มีสมาชิกไม่กี่คน เป็นการโฆษณาไหม
แนวเดียวกับโพสต์เฉพาะเพื่อน กลุ่มปิดขนาดเล็กมีลักษณะเป็นการสื่อสารเฉพาะกลุ่ม ไม่ใช่การกระจายสู่สาธารณชน จึงมักเป็นความผิดตามมาตรา 326 ไม่ใช่ 328 แต่มีบุคคลที่สามรับรู้ครบองค์ประกอบหมิ่นประมาทแล้ว อ่านเพิ่มในบทความ “ด่าในกลุ่ม Line ผิดไหม”
ต่างประเทศลงโทษจำคุกคดีหมิ่นประมาทออนไลน์ไหม
ประเทศ common law ก้าวหน้าอย่างอังกฤษยกเลิกโทษอาญาฐานหมิ่นประมาทแล้ว สหรัฐแทบไม่มีการบังคับใช้ ส่วน UN Human Rights Committee ระบุใน General Comment No. 34 ว่าโทษจำคุกไม่เหมาะสมกับความผิดฐานนี้ไม่ว่ากรณีใด ประเทศไทยจึงจัดอยู่ในกลุ่มที่ยังลงโทษหนักโดยเปรียบเทียบ ผู้ใช้โซเชียลในไทยต้องระวังเป็นพิเศษ
เชิงอรรถ · ฐานกฎหมายและเอกสารอ้างอิง
  1. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และมาตรา 328 (หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา)
  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3877/2565 — ศาลวินิจฉัยว่าการโพสต์ข้อความและภาพในเฟซบุ๊กของจำเลยมีลักษณะเป็นเพียงการแจ้งหรือไขข่าวไปยังเฉพาะกลุ่มเพื่อน ยังไม่ถึงกับมีเจตนากระจายข่าวสู่สาธารณชน จึงไม่ผิดมาตรา 328 แต่คงผิดมาตรา 326
  3. Coroners and Justice Act 2009, s.73 (England & Wales)
  4. Defamation Act 2013, s.1(1) (England & Wales); ดูการตีความใน Lachaux v Independent Print Ltd [2019] UKSC 27
  5. Stocker v Stocker [2019] UKSC 17 (UK Supreme Court) — หลักการอ่านโพสต์เฟซบุ๊กด้วยสายตาผู้ใช้ทั่วไปที่อ่านผ่านอย่างรวดเร็ว
  6. Restatement (Second) of Torts § 577 (American Law Institute, 1977)
  7. Lyrissa Barnett Lidsky, “Silencing John Doe: Defamation & Discourse in Cyberspace”, 49 Duke Law Journal 855 (2000)
  8. Strafgesetzbuch (StGB) § 186 — ฐานความผิด üble Nachrede และเหตุเพิ่มโทษกรณีกระทำ öffentlich หรือโดยการเผยแพร่เนื้อหา (Verbreiten eines Inhalts) ตามที่แก้ไขเพิ่มเติม ค.ศ. 2021
  9. UN Human Rights Committee, General Comment No. 34: Article 19 (Freedoms of opinion and expression), CCPR/C/GC/34 (2011), para 47 — “States parties should consider the decriminalization of defamation and, in any case, the application of the criminal law should only be countenanced in the most serious of cases and imprisonment is never an appropriate penalty.”
  10. Andrew T. Kenyon (ed.), Comparative Defamation and Privacy Law (Cambridge University Press, 2016); Matthew Collins, The Law of Defamation and the Internet (3rd ed., Oxford University Press, 2010)
  11. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 333 (ความผิดอันยอมความได้) ประกอบมาตรา 96 (อายุความร้องทุกข์สามเดือน) และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423 (ละเมิดต่อชื่อเสียง)
อ่านต่อ · Related
ขอรับคำปรึกษาเฉพาะกรณีของท่าน

โทร · +66 81 654 5922  ·  eksiam@eksiamlegal.com  ·  แอดไลน์ปรึกษา

แชร์หน้านี้ LINE Facebook

ปรึกษาได้ทันที · ตอบกลับเร็วที่สุด

ไม่ว่าคุณอยู่ฝั่งไหนของคดีหมิ่นประมาท เราช่วยคุณได้ตั้งแต่วินาทีนี้

คุณถูกหมิ่นประมาท ถูกโพสต์ใส่ความ?

ถูกโพสต์ประจาน รีวิวทำลายธุรกิจ หรือถูกใส่ความจนเสียชื่อเสียง — ทุกชั่วโมงที่ผ่านไปหลักฐานอาจถูกลบ และอายุความ 3 เดือนกำลังเดิน อย่ารอ

☎ โทรเลย 081 654 5922 — เริ่มปกป้องชื่อเสียงทันที

คุณถูกแจ้งความ ถูกฟ้อง หรือเพิ่งโพสต์แล้วกังวล?

ได้รับหมายเรียก ถูกทนายส่งโนติส หรือโพสต์ไปแล้วกลัวเป็นคดี — สิ่งที่พูดหรือทำใน 24 ชั่วโมงแรกชี้ชะตาคดี อย่าเพิ่งให้การหรือเจรจาเองก่อนคุยกับเรา

☎ โทรเลย 081 654 5922 — ประเมินทางรอดของคุณทันที

หรือพิมพ์ถึงเราตรงนี้ — กด 1 ครั้ง ข้อความถึงมือเราทันที

ทุกเรื่องเป็นความลับ · ไม่ต้องเปิดแอปอีเมล ระบบส่งให้ทันที · จันทร์–ศุกร์ 09:00–18:00 · แอดไลน์ปรึกษา

โทรปรึกษา ส่งเรื่อง
LINE WhatsApp โทร 081-654-5922