หน้าแรก › คลังความรู้ › แนวคำพิพากษา
แนวคำพิพากษา · ฎีกาที่ 5276/2562การตั้งค่าโพสต์ “สาธารณะ” หรือ “เฉพาะเพื่อน” ไม่ใช่แค่เรื่องความเป็นส่วนตัว แต่เกี่ยวกับเส้นแบ่งระหว่างมาตรา 326 กับมาตรา 328 ซึ่งโทษจำคุกสูงสุดต่างกันหนึ่งปีกับสองปี ฎีกาที่ 5276/2562 วินิจฉัยว่าข้อความที่ส่งถึงเฉพาะสมาชิกในกลุ่มไลน์ยังไม่ถึงขั้น “โฆษณา” แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความผิด
อ้างอิงตัวบทกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกา และเอกสารวิชาการต่างประเทศ
ปรับปรุงล่าสุด
โพสต์ที่ตั้งค่าให้เห็นเฉพาะกลุ่มเพื่อนจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 หรือไม่ ขึ้นกับว่าผู้โพสต์เผยแพร่ข้อความออกไปยังสาธารณชน หรือเพียงแจ้งข่าวแก่กลุ่มบุคคลเฉพาะ ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5276/2562 แม้ไม่ถึงมาตรา 328 ก็ยังเป็นความผิดตามมาตรา 326 ได้ หากข้อความไปถึงบุคคลที่สามและชี้ตัวผู้เสียหายได้
มาตรา 326 กำหนดโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนมาตรา 328 ซึ่งเป็นเหตุฉกรรจ์เมื่อกระทำโดยการโฆษณา เพิ่มโทษเป็นจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท ระยะห่างนี้เองที่ทำให้คำถามเรื่องการตั้งค่าโพสต์มีน้ำหนักในทางคดี
หมิ่นประมาทธรรมดาตามมาตรา 326 มีระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท แต่ถ้าการหมิ่นประมาทนั้น “ได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น” มาตรา 328 เพิ่มโทษเป็นจำคุกไม่เกินสองปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท1
เหตุผลของการเพิ่มโทษเข้าใจได้ไม่ยาก ยิ่งข้อความแพร่ไปกว้าง ความเสียหายต่อชื่อเสียงยิ่งลึกและแก้ไขยาก คำถามทางกฎหมายที่แท้จริงคือ แค่ไหนถึงเรียกว่า “โฆษณา” — โพสต์เฟซบุ๊กที่มีเพื่อน 50 คนเห็น กับป้ายประกาศกลางตลาด เป็นสิ่งเดียวกันหรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5276/2562 วินิจฉัยว่าความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ผู้กระทำต้องเผยแพร่ข้อความหมิ่นประมาทออกไปยังสาธารณชนหรือประชาชนทั่วไป การส่งข้อความลงในกลุ่มไลน์มีลักษณะเป็นเพียงการแจ้งหรือไขข่าวไปยังเฉพาะกลุ่มบุคคลในกลุ่มนั้น คดีจึงไม่มีมูลตามมาตรา 328 แต่มีมูลตามมาตรา 326
คดีนี้โจทก์เป็นอดีตทหารที่เช่าที่ดินประกอบกิจการร้านอาหารริมแม่น้ำแควในจังหวัดกาญจนบุรี และมีข้อพิพาทเรื่องสัญญาเช่ากับผู้ให้เช่า จำเลยส่งข้อความหลายครั้งลงในกลุ่มไลน์ชื่อ “โพสท์นิวส์ออนไลน์” โดยไม่ระบุชื่อโจทก์ ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีไม่มีมูลและพิพากษายกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ศาลฎีกาพิพากษาแก้ให้ประทับฟ้องเฉพาะความผิดตามมาตรา 326 ไว้พิจารณาต่อไป ดังย่อคำพิพากษาว่า
ข้อสังเกตสามประการจากคำวินิจฉัยนี้
อีกด้านหนึ่ง เมื่อข้อความถูกโพสต์ในเฟซบุ๊กที่เปิดเป็นสาธารณะ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2624/2567 เห็นว่า “เป็นการกระจายข้อความไปสู่สาธารณะหรือประชาชนทั่วไป” และลงโทษจำเลยตามมาตรา 328 ส่วนคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7256/2567 นำข้อเท็จจริงว่าเฟซบุ๊กที่โพสต์ “มิใช่กลุ่มปิด” และบุคคลทั่วไปเข้าถึงได้ มาประกอบการกำหนดโทษ โพสต์ที่ตั้งค่าเฉพาะเพื่อนจึงอยู่ระหว่างสองแนวนี้ ในฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกายังไม่พบคำพิพากษาที่วินิจฉัยเรื่องการตั้งค่าเฉพาะเพื่อนโดยตรง (ตรวจเมื่อ 27 กันยายน 2569) ศาลจึงน่าจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงของแต่ละคดี เช่น จำนวนและลักษณะของเพื่อน และพฤติการณ์ที่แสดงเจตนาให้ข้อความแพร่ออกไป
เมื่อเส้นแบ่งระหว่างมาตรา 326 กับมาตรา 328 อยู่ที่เจตนาเผยแพร่ต่อสาธารณชน การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของโพสต์จึงกลายเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องพิสูจน์ ฝ่ายผู้เสียหายควรบันทึกสภาพการเข้าถึงโพสต์ไว้ตั้งแต่แรก ส่วนฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาย่อมยกการตั้งค่าขึ้นต่อสู้ในประเด็นเหตุฉกรรจ์ได้
แนวคำพิพากษาข้างต้นทำให้ “การตั้งค่าผู้ชม” ของโพสต์ (สาธารณะ / เพื่อน / เพื่อนเฉพาะกลุ่ม / เฉพาะฉัน) มีความหมายทางกฎหมายโดยตรง ทั้งสองฝ่ายของคดีควรใส่ใจประเด็นนี้ตั้งแต่ชั้นเก็บพยานหลักฐาน
แนวคำพิพากษานี้ไม่ใช่สูตรสำเร็จว่า “โพสต์เฉพาะเพื่อนไม่มีวันผิด ม.328” — หากจำนวนเพื่อนมากเป็นหลักหมื่น เปิดรับผู้ติดตามสาธารณะ หรือผู้โพสต์กระตุ้นให้แชร์ต่อ ข้อเท็จจริงย่อมต่างจากกรณีกลุ่มไลน์ในคดีนี้ และศาลอาจมองว่ามีเจตนากระจายสู่สาธารณชนได้ การพิจารณาเป็นรายกรณีเสมอ
หลัก common law ของอังกฤษถือว่าการสื่อสารถึงบุคคลที่สามเพียงคนเดียวก็เป็น publication ที่ฟ้องได้แล้ว ส่วน Defamation Act 2013 มาตรา 1 เพิ่มเกณฑ์ว่าถ้อยคำต้องก่อหรือน่าจะก่อความเสียหายร้ายแรงต่อชื่อเสียง ขนาดของกลุ่มผู้รับสารจึงมีผลต่อการประเมินความเสียหาย ต่างจากไทยที่มีผลถึงฐานความผิดตามมาตรา 328
โครงสร้างสองชั้นแบบไทย (ธรรมดา/โฆษณา) ไม่ใช่แนวทางเดียวที่โลกใช้ การเทียบกับระบบกฎหมายก้าวหน้าช่วยให้เห็นตำแหน่งของกฎหมายไทยชัดขึ้น
หลัก common law อังกฤษถือมาแต่เดิมว่า การสื่อสารถ้อยคำหมิ่นประมาทถึงบุคคลที่สามเพียงคนเดียวก็เป็น “publication” ที่ก่อความรับผิดทางแพ่งแล้ว ไม่มีการแบ่งชั้นธรรมดา/โฆษณาแบบไทย เพราะอังกฤษยกเลิกความผิดอาญาฐานหมิ่นประมาทแล้วโดย Coroners and Justice Act 2009 มาตรา 73 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 20103 สิ่งที่ทำหน้าที่คล้ายเส้นแบ่งของไทยคือเกณฑ์ “serious harm” ตาม Defamation Act 2013 มาตรา 1 — โจทก์ต้องพิสูจน์ว่าถ้อยคำก่อหรือน่าจะก่อความเสียหายร้ายแรงต่อชื่อเสียง ซึ่งขนาดและลักษณะของกลุ่มผู้รับสารเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมิน4 โพสต์ที่เห็นกันในวงเพื่อนไม่กี่สิบคนจึงอาจตกเกณฑ์ serious harm และฟ้องไม่ได้เลยในอังกฤษ — ผลลัพธ์คล้ายการตัดมาตรา 328 ออกในคดีไทย แต่กลไกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ที่น่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับคดีโซเชียลมีเดียคือคำพิพากษาศาลสูงสุดอังกฤษ (UK Supreme Court) ในคดี Stocker v Stocker [2019] UKSC 17 ซึ่งเป็นคดีโพสต์เฟซบุ๊กระหว่างอดีตคู่สมรส ศาลวางหลักว่าการตีความถ้อยคำบนเฟซบุ๊กต้องใช้มุมมองของผู้อ่านเฟซบุ๊กทั่วไปที่ไถอ่านเร็ว ๆ ไม่ใช่การแยกวิเคราะห์ถ้อยคำแบบนักกฎหมายถือพจนานุกรม5 แนวคิดว่าบริบทของแพลตฟอร์มกำหนดวิธีอ่านข้อความนี้ สอดคล้องกับวิธีที่ศาลฎีกาไทยในคดีที่ 5276/2562 พิจารณาลักษณะการเผยแพร่จริงของจำเลย (ส่งข้อความถึงสมาชิกในกลุ่มไลน์) แทนที่จะสรุปเหมารวมว่าออนไลน์เท่ากับสาธารณะ
กฎหมายละเมิดสหรัฐตาม Restatement (Second) of Torts มาตรา 577 นิยาม publication ว่าการสื่อสารโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อไปยังบุคคลที่สามแม้เพียงคนเดียว6 การแพร่กระจายวงกว้างไม่ใช่องค์ประกอบความรับผิด แต่ไปปรากฏผลที่ค่าเสียหาย (damages) ที่คณะลูกขุนประเมิน งานวิชาการอเมริกันชี้ว่าโครงสร้างนี้เหมาะกับยุคอินเทอร์เน็ตเพราะยืดหยุ่นตามความเสียหายจริง — ศาสตราจารย์ Lyrissa Lidsky (ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายหมิ่นประมาทออนไลน์) วิเคราะห์ไว้ในบทความคลาสสิก “Silencing John Doe: Defamation and Discourse in Cyberspace” ใน Duke Law Journal ว่าการฟ้องหมิ่นประมาทออนไลน์มักถูกใช้เป็นเครื่องมือปิดปากผู้วิจารณ์รายย่อยมากกว่าเยียวยาความเสียหายจริง ศาลจึงต้องชั่งเสรีภาพการพูดของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตธรรมดาอย่างระมัดระวัง7
ประมวลกฎหมายอาญาเยอรมัน (StGB) มีโครงสร้างใกล้เคียงมาตรา 326/328 ของไทยที่สุดในบรรดาประเทศพัฒนาแล้ว มาตรา 186 กำหนดโทษฐานกล่าวข้อเท็จจริงเสื่อมเสียต่อผู้อื่นไว้ระดับหนึ่ง และเพิ่มโทษเมื่อกระทำต่อสาธารณะ (öffentlich) หรือโดยการเผยแพร่เนื้อหา ซึ่งหลังการแก้ไขปี 2021 ครอบคลุมการเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตชัดเจน8 ศาลเยอรมันตีความ “ต่อสาธารณะ” ว่าหมายถึงการที่บุคคลจำนวนมากซึ่งไม่อาจกำหนดตัวได้รับรู้ได้ — วงสนทนาปิดในหมู่คนรู้จักไม่เข้าเกณฑ์ ใกล้เคียงกับที่ศาลฎีกาไทยแยก “กลุ่มบุคคลเฉพาะ” ออกจาก “สาธารณชน” ในฎีกาที่ 5276/2562
ในระดับระหว่างประเทศ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Human Rights Committee) ซึ่งกำกับดูแลกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่ประเทศไทยเป็นภาคี ได้ระบุไว้ใน General Comment No. 34 (2011) ว่ารัฐภาคีควรพิจารณายกเลิกโทษอาญาฐานหมิ่นประมาท และไม่ว่ากรณีใด โทษจำคุกไม่ใช่โทษที่เหมาะสมสำหรับความผิดฐานหมิ่นประมาทเลย9 งานศึกษาเชิงเปรียบเทียบชั้นนำอย่าง Comparative Defamation and Privacy Law (Cambridge University Press, 2016) และตำรามาตรฐานเรื่องหมิ่นประมาทออนไลน์ The Law of Defamation and the Internet (Oxford University Press) ต่างชี้แนวโน้มเดียวกันว่าประเทศเสรีประชาธิปไตยทยอยย้ายการคุ้มครองชื่อเสียงจากกฎหมายอาญาไปสู่กลไกแพ่งที่ได้สัดส่วนกว่า10 เมื่อมองจากมาตรฐานเหล่านี้ คำวินิจฉัยของศาลฎีกาไทยที่ตีความมาตรา 328 อย่างเคร่งครัด ไม่ขยายความคำว่า “โฆษณา” ให้ครอบคลุมทุกโพสต์ออนไลน์ จึงนับเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับหลักการลงโทษอาญาเท่าที่จำเป็นและได้สัดส่วน
| ประเด็น | ไทย | อังกฤษ | สหรัฐอเมริกา | เยอรมนี |
|---|---|---|---|---|
| เกณฑ์ขั้นต่ำของการเผยแพร่ | บุคคลที่สามรับรู้ = ผิด ม.326 | บุคคลที่สามหนึ่งคน = publication แต่ต้องผ่านเกณฑ์ serious harm | บุคคลที่สามหนึ่งคน = publication | บุคคลที่สามรับรู้ = ผิด §186 |
| การเผยแพร่วงกว้างมีผลอย่างไร | ยกระดับเป็น ม.328 จำคุกไม่เกินสองปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท — ต้องเผยแพร่ออกไปยังสาธารณชน (ฎีกา 5276/2562 และ 2624/2567) | เพิ่มน้ำหนัก serious harm และค่าเสียหาย | เพิ่มค่าเสียหาย ไม่กระทบความรับผิด | ยกระดับโทษเมื่อกระทำ “ต่อสาธารณะ” (öffentlich) |
| โพสต์จำกัดเฉพาะเพื่อน | ยังไม่มีฎีกาวินิจฉัยโดยตรง ข้อความในกลุ่มไลน์ไม่เป็นการโฆษณา แต่คดีมีมูลตาม ม.326 (ฎีกา 5276/2562) | อาจตกเกณฑ์ serious harm ฟ้องไม่ได้เลย | ฟ้องได้แต่ค่าเสียหายต่ำ | วงปิดในหมู่คนรู้จัก ไม่ใช่ “ต่อสาธารณะ” — โทษฐานพื้นฐาน |
| สถานะโทษอาญา | คงอยู่ (จำคุกได้ถึง 2 ปีตาม ม.328) | ยกเลิกแล้ว (มีผล 12 ม.ค. 2010) | แทบไม่มีการบังคับใช้ | คงอยู่ แต่ในทางปฏิบัติโทษปรับเป็นหลัก |
การจำกัดผู้เห็นโพสต์ลดความเสี่ยงเฉพาะเหตุฉกรรจ์ตามมาตรา 328 เท่านั้น มิได้ตัดความรับผิดตามมาตรา 326 ผู้โพสต์จึงยังต้องพิจารณาว่าข้อความชี้ตัวบุคคลใดได้หรือไม่ ส่วนผู้เสียหายควรบันทึกโพสต์ คอมเมนต์ รายชื่อผู้เห็น และสภาพการเข้าถึงไว้ก่อนที่ข้อความจะถูกลบหรือเปลี่ยนการตั้งค่า
หัวข้อนี้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยเรื่องโพสต์เฉพาะกลุ่มเพื่อน ได้แก่ เกณฑ์แบ่งระหว่างมาตรา 326 กับมาตรา 328 อัตราโทษของทั้งสองมาตรา น้ำหนักของการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในทางพยานหลักฐาน และมุมมองของกฎหมายอังกฤษกับข้อเสนอของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
โทร · +66 81 654 5922 · contact@eksiamlegal.com · แอดไลน์ปรึกษา
ปรึกษาได้ทันที · ตอบกลับเร็วที่สุด
ไม่ว่าท่านอยู่ฝ่ายใดของคดีหมิ่นประมาท เราพร้อมรับฟังและช่วยประเมินแนวทาง
หากมีโพสต์ รีวิว หรือข้อความที่ทำให้ท่านหรือธุรกิจเสียชื่อเสียง ควรเก็บหลักฐานไว้ก่อนข้อความจะถูกแก้ไขหรือลบ และโปรดทราบว่าความผิดฐานหมิ่นประมาทต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด
☎ โทรปรึกษา 081 654 5922หากได้รับหมายเรียก หนังสือบอกกล่าว หรือกังวลว่าข้อความที่โพสต์ไปแล้วอาจเป็นคดี การทบทวนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานก่อนให้การหรือเจรจา จะช่วยให้ท่านเห็นทางเลือกได้ครบถ้วน
☎ โทรปรึกษา 081 654 5922ส่งรายละเอียดของเรื่องมาทางอีเมลได้โดยตรง แนบเอกสารประกอบได้ ไม่ต้องกรอกแบบฟอร์ม
contact@eksiamlegal.comจันทร์–ศุกร์ 09:00–18:00 · ข้อมูลของผู้ติดต่อเก็บเป็นความลับ