บริษัท เอกสยาม แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด +66 81 654 5922  ·  contact@eksiamlegal.com

หน้าแรก › คลังความรู้ › แนวคำพิพากษา

แนวคำพิพากษา · ฎีกาที่ 5764/2562

ข้อมูลเท็จอย่างเดียวพอหรือไม่ — เจตนา “โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง”

ความเท็จเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของมาตรา 14 (1) ฎีกาที่ 5764/2562 ย้ำว่าโจทก์ยังต้องพิสูจน์เจตนาพิเศษโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงด้วย มิฉะนั้นข่าวเท็จก็ยังไม่ครบองค์ประกอบความผิด

เขียนโดย เอกสยาม ชัยศร — นักกฎหมายและที่ปรึกษาด้านคดีหมิ่นประมาท การสื่อสารออนไลน์ และการปกป้องชื่อเสียง
เผยแพร่ 23 สิงหาคม 2569 · ตรวจแก้เนื้อหาล่าสุด 25 สิงหาคม 2569 · อ้างอิงตัวบทกฎหมายและคำพิพากษาศาลฎีกา

แชร์หน้านี้ LINE Facebook

ดาวน์โหลดบทความฉบับ PDF

คำตอบตรง

ไม่พอ มาตรา 14 (1) ปัจจุบันไม่ได้ลงโทษทุกคนที่นำข้อมูลผิดหรือข่าวเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โจทก์ต้องพิสูจน์ด้วยว่าผู้กระทำมีเจตนาพิเศษ “โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง” และครบองค์ประกอบส่วนอื่นของมาตรา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5764/2562 จึงสำคัญต่อทั้งสื่อ ผู้ดูแลเว็บไซต์ ผู้ใช้ Facebook และผู้ดำเนินคดี เพราะแสดงให้เห็นว่า คำว่า “เท็จ” เป็นจุดเริ่มต้นของการวิเคราะห์ ไม่ใช่คำพิพากษาสำเร็จรูป1

สารบัญ
  1. ข้อเท็จจริงและเส้นทางคดี
  2. ตัวบทมาตรา 14 (1) ปัจจุบันต้องพิสูจน์อะไร
  3. “โดยทุจริต” กับ “โดยหลอกลวง” สำคัญอย่างไร
  4. ศาลฎีกาวินิจฉัยอย่างไร
  5. หลักกฎหมายภายหลังเป็นคุณไม่ใช่เรื่องเทคนิคเล็กน้อย
  6. ข้อมูลผิด ข่าวเท็จ และการหลอกลวง ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
  7. เปรียบเทียบกับฎีกา 2778/2561 และ 2211/2566
  8. สิ่งที่ฎีกานี้ไม่ได้วางหลัก
  9. พยานหลักฐานเรื่องเจตนาที่ควรตรวจ
  10. เกี่ยวกับผู้วิเคราะห์
  11. หากถูกกล่าวหาว่าโพสต์ข้อมูลเท็จ อย่าตอบคดีด้วยคำว่า “ไม่ได้ตั้งใจ” เพียงอย่างเดียว
  12. คำถามที่พบบ่อย
  13. ไม่ว่าท่านอยู่ฝ่ายใดของคดีหมิ่นประมาท เราพร้อมรับฟังและช่วยประเมินแนวทาง

ข้อเท็จจริงและเส้นทางคดี

ข้อเท็จจริงที่ศาลล่างรับฟังยุติคือ จำเลยเป็นผู้นำข่าวอันเป็นเท็จลงในเว็บไซต์ที่ตนดูแล เหตุเกิดในช่วงที่มาตรา 14 ฉบับเดิมยังใช้บังคับ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่ามีความผิด จำคุก 1 ปี ปรับ 20,000 บาท และรอการลงโทษจำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน1

ระหว่างการพิจารณา กฎหมายฉบับแก้ไข พ.ศ. 2560 มีผลใช้บังคับและเพิ่มองค์ประกอบเจตนาพิเศษเข้าไป จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่ากฎหมายใหม่เป็นคุณจนทำให้พ้นจากความผิดหรือไม่ ศาลฎีการับฎีกาเฉพาะประเด็นนี้และต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไว้แล้ว

จุดที่ต้องอ่านอย่างระมัดระวังคือ ศาลฎีกาไม่ได้กลับไปวินิจฉัยใหม่ว่าข่าวจริงหรือเท็จ ข้อเท็จจริงส่วนนั้นยุติแล้ว ปัญหาคือ แม้เป็นข่าวเท็จ การกระทำครบองค์ประกอบกฎหมายใหม่หรือไม่

ตัวบทมาตรา 14 (1) ปัจจุบันต้องพิสูจน์อะไร

มาตรา 14 (1) ซึ่งแก้ไขในปี 2560 กำหนดโดยสรุปว่า ต้องมีการกระทำโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน ปลอม หรือเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และต้องมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท2

จึงมีด่านอย่างน้อยสี่ชั้น

  1. ข้อมูลนั้นบิดเบือน ปลอม หรือเท็จจริงหรือไม่
  2. จำเลยเป็นผู้นำข้อมูลเข้าสู่ระบบหรือมีส่วนรับผิดอย่างไร
  3. จำเลยกระทำโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงหรือไม่
  4. การกระทำมีลักษณะความเสียหายตามมาตรา และมิใช่หมิ่นประมาทหรือไม่

หากขาดข้อใดข้อหนึ่ง จะใช้มาตรา 14 (1) ไม่ได้ แม้ข้ออื่นจะพิสูจน์ได้แล้วก็ตาม

“โดยทุจริต” กับ “โดยหลอกลวง” สำคัญอย่างไร

ประมวลกฎหมายอาญานิยาม “โดยทุจริต” ว่าเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น3 ส่วนคำว่า “โดยหลอกลวง” ต้องดูพฤติการณ์ว่าผู้กระทำใช้ข้อมูลที่บิดเบือน ปลอม หรือเท็จเป็นเครื่องมือทำให้ผู้รับสารสำคัญผิดอย่างมีเป้าหมายหรือไม่

สองคำนี้ทำให้ต้องถามต่อจากคำว่า “ข่าวผิด” เสมอ เช่น

  • ผู้โพสต์รู้หรือควรรู้เพียงใดว่าข้อมูลไม่จริง
  • มีเป้าหมายให้ผู้อื่นเชื่อหรือกระทำการอะไร
  • มีผลประโยชน์ เงิน ทรัพย์สิน สิทธิ หรือประโยชน์อื่นที่ผู้โพสต์ต้องการหรือไม่
  • มีการสร้างหลักฐาน หน้าเว็บ บัญชี หรือข้อความประกอบเพื่อทำให้เรื่องน่าเชื่อหรือไม่
  • ผู้โพสต์ตรวจสอบข้อมูลอย่างไร และแก้ไขเมื่อทราบข้อผิดพลาดหรือไม่

เจตนาพิเศษพิสูจน์ได้จากพฤติการณ์แวดล้อม ไม่จำเป็นต้องมีคำรับสารภาพ แต่ศาลไม่ควรอนุมานว่ามีเจตนาพิเศษเพียงเพราะข้อมูลสุดท้ายพิสูจน์ว่าไม่จริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยอย่างไร

ศาลฎีกาเห็นว่า กฎหมายใหม่กำหนดองค์ประกอบเพิ่มขึ้น คือ ต้องมีเจตนาพิเศษโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง แต่ข้อเท็จจริงที่ยุติตามศาลอุทธรณ์ปรากฏเพียงว่าจำเลยนำข่าวอันเป็นเท็จลงเว็บไซต์ที่ตนดูแล ไม่ปรากฏเจตนาพิเศษดังกล่าว การกระทำจึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา 14 (1) ฉบับใหม่1

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5764/2562 (วรรคทอง) ต้องมีเจตนาพิเศษ “โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง” จึงจะเข้าเกณฑ์เป็นความผิด1

เพราะกฎหมายภายหลังเป็นคุณแก่จำเลย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรคสอง จึงให้ใช้กฎหมายใหม่ ศาลฎีกาพิพากษากลับให้ยกฟ้อง

หลักกฎหมายภายหลังเป็นคุณไม่ใช่เรื่องเทคนิคเล็กน้อย

หลัก lex mitior หรือหลักใช้กฎหมายภายหลังที่เป็นคุณ ป้องกันไม่ให้บุคคลถูกลงโทษตามกฎหมายเก่าที่ยังลงโทษกว้างกว่าความประสงค์ของกฎหมายใหม่ ในคดีนี้ กฎหมายใหม่ไม่ได้เพียงลดโทษ แต่เพิ่มองค์ประกอบความผิด หากข้อเท็จจริงไม่รองรับองค์ประกอบที่เพิ่มขึ้น การกระทำย่อมไม่เป็นความผิดต่อไป3

หลักนี้ต่างจากการนำกฎหมายใหม่มาสร้างความผิดย้อนหลัง เพราะกฎหมายอาญาห้ามใช้กฎหมายที่เป็นโทษย้อนหลัง แต่เปิดให้ใช้กฎหมายภายหลังที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำ

ข้อมูลผิด ข่าวเท็จ และการหลอกลวง ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

ลักษณะตัวอย่างเชิงหลักการประเด็นที่ต้องตรวจ
ข้อมูลผิดโดยสุจริตรายงานตัวเลขคลาดเคลื่อนเพราะใช้เอกสารเก่าความรู้ แหล่งข้อมูล ขั้นตอนตรวจสอบ และการแก้ไข
ข่าวเท็จที่ทำลายชื่อเสียงบุคคลกล่าวหาบุคคลว่าโกงต่อสาธารณะมาตรา 326/328, ข้อยกเว้น และข้อพิสูจน์ความจริง; มาตรา 14 (1) ตัดหมิ่นประมาทออก
ข้อมูลเท็จเพื่อหลอกเอาประโยชน์สร้างร้านหรือโครงการลงทุนปลอมเพื่อให้โอนเงินเจตนาทุจริตหรือหลอกลวง ความเสียหาย ผู้เสียหาย และฐานฉ้อโกง
ข่าวเท็จทำให้ประชาชนตื่นตระหนกแจ้งเหตุภัยร้ายแรงที่ไม่มีจริงมาตรา 14 (2) และผลกระทบต่อสาธารณะ

ตารางนี้แสดงว่าคำว่า “ข่าวปลอม” ในภาษาทั่วไปอาจพาไปสู่กฎหมายคนละฐาน และบางกรณีอาจไม่เป็นความผิดอาญาเลย

เปรียบเทียบกับฎีกา 2778/2561 และ 2211/2566

ฎีกาทั้งสามเรื่องอ่านต่อกันได้เหมือนด่านตรวจมาตรา 14 (1)

ฎีกาด่านที่เป็นประเด็นผลทางหลักกฎหมาย
2778/2561การกระทำเป็นหมิ่นประมาทการกระทำเดียวกันถูกตัดออกจากมาตรา 14 (1)4
5764/2562ไม่ปรากฏเจตนาพิเศษความเท็จอย่างเดียวไม่ทำให้ครบมาตรา 14 (1)
2211/2566คำว่า “น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”กฎหมายไม่ได้กำหนดจำนวนผู้พบเห็น เมื่อมุ่งแสดงข้อมูลแก่ประชาชนในระบบที่บุคคลทั่วไปเข้าถึงได้ ผู้พบเห็นจริงรายเดียวก็ยังครบวรรคหนึ่ง5

อ่านเกณฑ์รวมได้ที่ โพสต์ด่าหรือใส่ความบน Facebook ผิดทั้งหมิ่นประมาทและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หรือไม่

สิ่งที่ฎีกานี้ไม่ได้วางหลัก

  1. ไม่ได้บอกว่าข่าวเท็จไม่ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ทั้งหมด — หากพิสูจน์เจตนาพิเศษและองค์ประกอบอื่นครบ ผลย่อมต่างออกไป
  2. ไม่ได้บอกว่าผู้ดูแลเว็บไซต์อ้างว่าไม่รู้แล้วพ้นผิดทันที — ศาลดูพยานหลักฐานและพฤติการณ์ทั้งหมด
  3. ไม่ได้ใช้แทนมาตรา 14 (2) — ข่าวเท็จที่กระทบความปลอดภัยสาธารณะหรือก่อความตื่นตระหนกมีองค์ประกอบเฉพาะอีกชุด
  4. ไม่ได้ตัดความรับผิดฐานหมิ่นประมาท ฉ้อโกง หรือกฎหมายอื่น — ต้องแยกตามเนื้อหาและเป้าหมายของการกระทำ
  5. ไม่ได้ทำให้มาตรฐานงานสื่อลดลง — ความผิดพลาดอาจยังนำไปสู่ความรับผิดทางแพ่ง จริยธรรมวิชาชีพ หรือการแก้ไขเยียวยา แม้ไม่ครบมาตรา 14 (1)

พยานหลักฐานเรื่องเจตนาที่ควรตรวจ

ฝ่ายกล่าวหา

  • ข้อความก่อนและหลังโพสต์ที่แสดงเป้าหมายหลอกลวง
  • เส้นทางเงินหรือประโยชน์ที่ผู้โพสต์ได้รับ
  • การสร้างบัญชี หน้าเว็บ เอกสาร หรือภาพประกอบปลอม
  • การแจ้งเตือนว่าข้อมูลเท็จแล้วแต่ยังยืนยันหรือเผยแพร่ซ้ำ
  • รูปแบบการกระทำซ้ำกับผู้เสียหายหลายราย

ฝ่ายถูกกล่าวหา

  • แหล่งข้อมูลที่มีอยู่ก่อนเผยแพร่
  • บันทึกการตรวจสอบและการติดต่อขอคำชี้แจง
  • เวอร์ชันต้นฉบับและเวลาที่แก้ไข
  • หลักฐานว่าความผิดพลาดเกิดอย่างไร
  • การแก้ข่าว ถอนข้อความ หรือแจ้งผู้อ่านเมื่อทราบข้อเท็จจริงใหม่

หลักฐานเหล่านี้ไม่ได้ให้ผลสำเร็จรูป แต่ช่วยให้ศาลประเมินสภาพจิตใจและเป้าหมายของผู้กระทำจากข้อเท็จจริงที่จับต้องได้ — ดูวิธีเก็บพยานหลักฐานดิจิทัลประกอบ

เกี่ยวกับผู้วิเคราะห์

เอกสยาม ชัยศร

นักกฎหมายและที่ปรึกษาด้านคดีหมิ่นประมาท การสื่อสารออนไลน์ และการปกป้องชื่อเสียง แห่ง Eksiam Defamation Law (บริษัท เอกสยาม แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด) ทำงานทั้งฝั่งผู้เสียหายและฝั่งผู้ถูกกล่าวหา ตั้งแต่การตรวจข้อความก่อนเผยแพร่ การรักษาพยานหลักฐานดิจิทัล ไปจนถึงการเจรจาและการดำเนินคดี — อ่านประวัติฉบับเต็ม

หากถูกกล่าวหาว่าโพสต์ข้อมูลเท็จ อย่าตอบคดีด้วยคำว่า “ไม่ได้ตั้งใจ” เพียงอย่างเดียว

เจตนาพิเศษต้องพิสูจน์จากพฤติการณ์จริง การลบโพสต์ รีบชี้แจง หรือส่งข้อความตอบโต้โดยไม่วางแผนอาจเปลี่ยนรูปคดีและพยานหลักฐานได้ หากท่านพบปัญหาลักษณะนี้ Eksiam Defamation Law ยินดีช่วยตรวจข้อมูลต้นทาง เป้าหมายการเผยแพร่ พฤติการณ์ก่อน–หลัง และข้อหาที่ถูกต้อง

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยสำหรับข้อเท็จจริงเฉพาะคดี

คำถามที่พบบ่อย

ข้อมูลเป็นเท็จแน่นอน แปลว่าผิดมาตรา 14 (1) แล้วหรือไม่
ยังไม่ใช่ ต้องพิสูจน์การนำเข้าสู่ระบบ เจตนาโดยทุจริตหรือหลอกลวง ลักษณะความเสียหาย และเงื่อนไขว่าไม่ใช่ความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วย
“โดยทุจริต” หมายถึงแค่ตั้งใจโพสต์หรือไม่
ไม่ใช่ การตั้งใจโพสต์เป็นเจตนาต่อการกระทำ ส่วน “โดยทุจริต” เป็นเจตนาพิเศษเกี่ยวกับการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น
หากรีบแก้ข่าว จะทำให้ไม่ผิดแน่นอนหรือไม่
ไม่แน่นอน แต่การแก้ไขอย่างโปร่งใสอาจเป็นพฤติการณ์หนึ่งในการประเมินเจตนา ความเสียหาย และการเยียวยา ควรเก็บต้นฉบับและหลักฐานก่อนแก้ไข
ข่าวเท็จเกี่ยวกับบุคคลต้องฟ้องมาตรา 14 (1) หรือหมิ่นประมาท
ถ้าสาระเป็นการใส่ความทำลายชื่อเสียง ต้องเริ่มตรวจมาตรา 326 หรือ 328 และมาตรา 14 (1) ปัจจุบันตัดการกระทำที่เป็นหมิ่นประมาทออกจากอนุมาตรานี้
※เชิงอรรถ · ฐานกฎหมายและเอกสารอ้างอิง
  1. ↩ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5764/2562, คดีหมายเลขดำศาลฎีกาที่ อ.487/2562, ฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกา.
  2. ↩ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 8 ซึ่งแก้ไขมาตรา 14, ราชกิจจานุเบกษา.
  3. ↩ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (1) และมาตรา 2 วรรคสอง; สำนักกฎหมายและวิชาการศาลยุติธรรม.
  4. ↩ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2778/2561, ฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกา.
  5. ↩ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2211/2566; สำนักงานศาลยุติธรรม, ฎีกา InTrend Ep.159, COJ Channel.
→อ่านต่อ · Related
ขอรับคำปรึกษาเฉพาะกรณีของท่าน →

โทร · +66 81 654 5922  ·  contact@eksiamlegal.com  ·  แอดไลน์ปรึกษา

แชร์หน้านี้ LINE Facebook

ปรึกษาได้ทันที · ตอบกลับเร็วที่สุด

ไม่ว่าท่านอยู่ฝ่ายใดของคดีหมิ่นประมาท เราพร้อมรับฟังและช่วยประเมินแนวทาง

ท่านถูกใส่ความหรือถูกหมิ่นประมาท?

หากมีโพสต์ รีวิว หรือข้อความที่ทำให้ท่านหรือธุรกิจเสียชื่อเสียง ควรเก็บหลักฐานไว้ก่อนข้อความจะถูกแก้ไขหรือลบ และโปรดทราบว่าความผิดฐานหมิ่นประมาทต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด

☎ โทรปรึกษา 081 654 5922

ท่านถูกแจ้งความ ถูกฟ้อง หรือกังวลเรื่องข้อความที่โพสต์ไปแล้ว?

หากได้รับหมายเรียก หนังสือบอกกล่าว หรือกังวลว่าข้อความที่โพสต์ไปแล้วอาจเป็นคดี การทบทวนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานก่อนให้การหรือเจรจา จะช่วยให้ท่านเห็นทางเลือกได้ครบถ้วน

☎ โทรปรึกษา 081 654 5922

ติดต่อสำนักงาน

ส่งรายละเอียดของเรื่องมาทางอีเมลได้โดยตรง แนบเอกสารประกอบได้ ไม่ต้องกรอกแบบฟอร์ม

contact@eksiamlegal.com

จันทร์–ศุกร์ 09:00–18:00 · ข้อมูลของผู้ติดต่อเก็บเป็นความลับ

โทรปรึกษา ส่งเรื่อง